Lovers in Paris : Korean series




Lovers in Paris : Korean series











Lovers in Paris OS...

Close to You : Lovers in Paris : Korean series : Ost.mp3 Artist : Jo Sung-mo

You can listen many song at SING A SONG


อ่านเรื่องย่อ: read story

Lovers in Paris : Korean series
This is one of my favorites Korean series .


Starring : Park Shin Yang, Kim Jung Eun, Lee Dong Gun

Produced by
Kim Yang (김양)
Production
SBS (SBS)
Distribution
SBS (SBS)
Staff
Lee Dong-hun (이동훈)
Assistant director
Moon Jeong-soo (문정수)
Production department
Lee Yeong-cheol (이영철)
Cameraman

Story :

The tale of Des Amoureux a Paris (Lovers In Paris) revolves around the Cinderella-like story of Tae Young (Kim Jung Eun) who decides to build a new life in Paris after the tragic death of her beloved father. Gradually running out of money to pay her rent, the charming girl's bad luck turns into blessed love after the hands of fate make her stumble into suave multi-millionaire Ki Ju (Park Shin Yang).....

เรื่องย่อ
Tae Young ใช้ชีวิตอยู่ที่ปารีสอย่างลำบาก เพื่อตามรอยความฝันของพ่อที่เป็นนักสร้างภาพยนตร์ ชีวิตของเธอพลิกผันได้ทำงานเป็นคนทำความสะอาดบ้านของ Ki Joo เศรษฐีหนุ่ม ที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราสะดวกสบาย และมักจะใช้เงินในการแก้ปัญหาทุกอย่าง ด้วยความจุ้นจ้านหวังดีของ Tae Young ทำให้ Ki Joo ไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่นัก

แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในการเจรจาทางธุรกิจ Ki Joo จึงจ้างให้ Tae Young ร่วมแสดงละครเป็นคู่หมั้นของเขา เนื่องจากเขารู้ว่า Tae Young เรียนหนังสือมาจากสถาบันเดียวกับภรรยาของนักธุรกิจต่างชาติที่ Ki Joo ต้องติดต่อธุรกิจด้วย และคาดหวังว่าแผนการตบตาครั้งนี้ จะช่วยให้การเจรจาทางธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จ

ด้วยความใกล้ชิดและได้เห็นความดีบางอย่างในตัวของ Ki Joo ทำให้ Tae Young ตกหลุมรัก Ki Joo เข้าอย่างจัง เธอพยายามเก็บงำความรู้สึกนี้ไว้ในใจแต่เพียงผู้เดียว

Soo Hyuk หลานชายวัยใกล้เคียงกันของ Ki Joo เดินทางมาถึงฝรั่งเศส เขาได้พบกับ Tae Young หลายครั้ง โดยที่เธอไม่รู้ตัวและไม่รู้ด้วยว่า Soo Hyuk คือหลานชายของ Ki Joo Soo Hyuk รู้สึกประทับใจในตัว Tae Young ตั้งแต่แรกพบ เพราะเธอดูสดใส มองโลกในแง่ดี

Ki Joo และ Tae Young มีเหตุจำเป็นต้องเดินทางกลับเกาหลีด่วน โดยที่ Tae Young กลับมาเพราะปัญหาหนี้สินของครอบครัว Ki Joo ตัดสินใจรับ Tae Young เข้าทำงานในบริษัท โดยมี Yoo Nah ว่าที่คู่หมั้นของ Ki Joo คอยกลั่นแกล้งอยู่เสมอ แต่โชคดีที่ Ki Joo และ Soo Hyuk คอยช่วยเหลือเธอไว้ตลอด ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งสองหนุ่มเริ่มเห็นใจ และหลงรักเธอมากขึ้น

ด้าน Soo Hyuk รักและคอยอยู่เคียงข้าง Tae Young มาโดยตลอด เขาต้องต่อสู้กับความรู้สึกปวดร้าวใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นชัดเจนว่าคนที่ Tae Young รักคือ Ki Joo เขาไม่อาจแทรกระหว่างกลางของคนทั้งสองได้เลย

เรื่องราวความรักระหว่างสองหนุ่ม และหนึ่งสาวจะลงเอยอย่างไร เมื่อความลับระหว่าง Ki Joo และSoo Hyuk กำลังจะเปิดเผย


เป็นเรื่องแรกที่ดูหนังเกาหลี และชอบมากทั้งที่รู้สึกว่าพระเอกก็ไม่หล่อ นางเอกก็ไม่สวย แต่เนื้อหาเขาดีน่ะ แปลกแตกต่างไปจากหนังไทยอย่างเห็นได้ชัด ชอบมากเลย จนต้องไปหา DVD มาเก็บไว้ดู อ้อ เพลงก็เพราะนะ โดยเฉพาะ เพลง nuh hun na mah ไปฟังกันได้ที่ SING A SONG มีเพลงเพราะ ๆ ให้ฟังหลายเพลง

LEXiTRON dic English-Thai, Thai-English


Dictionary online Thai <->English

NEW !!!

Easy to use

-Just type word Thai or English to input box
-enter
-result Translate

Free Download to your computer or on website

If You use IGoogle , can add tap LEXiTRON Thai <- -> English Dictionary to your page IGoogle.




{My Comment : I try to change homepage LEXiTRON to English version . But no manu or command to change Language. However This dic very easy not have to attend about Language. You just type vocabulary that you need to translate. }

พจนานุกรมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไทย <-> อังกฤษ LEXiTRON เวอร์ชัน 2.0 สร้างปรากฏการณ์ทางเลือกใหม่ในการช่วยชาวไทยและชาว
ต่างประเทศศึกษา ค้นคว้าและเรียนรู้ภาษาไทยควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษ โดยท่านสามารถค้นหาคำศัพท์และข้อมูลต่างๆ ของคำศัพท์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วทันใจด้วยช่องรับข้อมูล input box ในหน้า Homepage โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ท่านยังสามารถ Download ฟรี! ทั้งโปรแกรมและข้อมูลไปติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน เพื่อใช้งาน LEXiTRON ได้โดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เนต


About LEXiTRON
พจนานุกรมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไทย <-> อังกฤษ LEXiTRON เวอร์ชัน 2.0 จัดทำโดยฝ่ายวิจัยและ
พัฒนาสาขาสารสนเทศ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นงานพัฒนาต่อเนื่องจาก
เวอร์ชัน 1.1 ซึ่งเพิ่มเติมฐานข้อมูลจากเดิมที่มีอยู่ให้เป็นคลังข้อความพจนานุกรมที่มีขนาดใหญ่
หลักการสำคัญของการพัฒนา LEXiTRON คือ การนำเทคโนโลยีฐานข้อมูลขนาดใหญ่เข้ามาช่วยในการวิจัยและพัฒนาในสาขาการประมวลผล
ภาษาธรรมชาติ เรียกว่า การสร้างพจนานุกรมจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Corpus-Based Dictionary)

วิธีการสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Corpus)
เป็นการใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์รวบรวมและคัดเลือกคำ ประโยค หรือข้อความ ที่มีใช้จริงและมีอัตราการปรากฏสูงในบริบทต่างๆ ของการใช้ภาษา จากแหล่งข้อมูลและข่าวสารที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อถือได้ เช่น วรรณกรรม
บทความ เอกสารทางวิชาการ ข้อมูลข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ เป็นต้น

ลักษณะเด่น
แสดงความหมายและประเภทของคำพร้อมทั้งประโยคตัวอย่างที่มีใช้จริงและมีอัตราการปรากฏ
สูงในบริบทต่างๆ ของการใช้ภาษา

องค์ประกอบของการพัฒนา
1. ฐานข้อมูลพจนานุกรม
1.1 อังกฤษ-ไทย (53,000 คำ) ประกอบด้วย คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำแปลภาษาไทย คำอ่าน คำหลัก
คำค้นหา คำพ้องและคำตรงข้ามความหมายภาษาไทย คำพ้องและคำตรงข้ามความหมายภาษาอังกฤษ และตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่อ้างอิงจากคลังข้อความขนาดใหญ่ (Corpus-Based Sentence)
1.2 ไทย-อังกฤษ (35,000 คำ) ประกอบด้วย คำศัพท์ภาษาไทย คำแปลภาษาอังกฤษ คำพ้อง
ความหมายภาษาไทย คำตรงข้ามความหมายภาษาไทย คำนิยามศัพท์ คำลักษณนาม และตัวอย่างประโยค
ภาษาไทย
2. การพัฒนาโปรแกรม
2.1 คลังข้อมูลประโยค คือ Orchid Corpus ที่พัฒนาโดย ฝ่ายวิจัยและพัฒนาสาขาสารสนเทศ
2.2 โปรแกรมสำหรับการพัฒนาคือ J builder และ Apache

Acknowledgements
1. เสียงภาษาอังกฤษ สร้างจาก Microsoft Concatenative Speech Synthesis Engine
2. เสียงภาษาไทย สร้างจาก Vaja Text-to-Speech Engine พัฒนาโดย RDI, NECTEC

How To Use LEXiTRON ? (Thai Language)

ยินดีต้อนรับสู่ระบบช่วยเหลือของ LEXiTRON
LEXiTRON
คือ พจนานุกรมออนไลน์แปลความหมายจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ หรือจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ใช้งาน ด้วยวิธีการค้นหาที่รวดเร็วผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

การค้นหาคำศัพท์
1. พิมพ์คำศัพท์ที่ต้องการค้นหาความหมาย โดยอาจเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยก็ได้ ในช่องรับข้อมูล (Input box)
**หมายเหตุ กรณีที่ต้องการแปลความหมายเป็นข้อความหรือประโยค ต้องใช้โปรแกรม Parsit ที่เว็บไซต์ http://www.suparsit.com/

2. กดปุ่ม ค้นหาคำศัพท์ เพื่อค้นหาความหมาย

รูปตัวอย่างการค้นหาคำศัพท์


3. ระบบจะทำการค้นหาความหมายและชนิดของคำศัพท์ที่มีทั้งหมด โดยค้นหาจากพจนานุกรมของ Lexitron และสมาชิกที่แนะนำเข้ามา ซึ่งมีการแบ่งคำศัพท์ที่ได้รับการลงคะแนนว่าดีตั้งแต่ 80% ขึ้นไป แล้วรายงานผลทางหน้าจอ ตัวอย่างเช่น พิมพ์คำว่า blog แล้วกดปุ่ม ค้นหาคำศัพท์ จะปรากฏผลดังนี้

รูปตัวอย่างผลการค้นหาคำศัพท์

4. ในส่วนของพจนานุกรมแปลคำศัพท์ของ LEXiTRON ผู้ใช้สามารถเลือกความหมายที่นำไปใช้ อ้างอิง เพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดเรียงลำดับความหมายของคำศัพท์ และเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการสำรวจด้วยว่าคำศัพท์คำนั้น คนส่วนใหญ่มักจะใช้ในความหมายไหน



5. หากต้องการค้นหาคำศัพท์คำอื่นๆ อีก ก็สามารถทำได้ตามวิธีการข้างต้น

การเพิ่มคำศัพท์


กรณีที่ต้องการแนะนำคำศัพท์เพิ่ม สามารถเข้าถึงได้ 2 ทาง คือ
- จากหน้าของการค้นหาคำศัพท์ โดยผู้ใช้ต้องค้นหาคำศัพท์ที่ต้องการจะเพิ่ม เพื่อเป็นการตรวจสอบคำที่ต้องการเพิ่มว่ามีอยู่แล้วในระบบหรือไม่
กด เพิ่มคำศัพท์ เพื่อเพิ่มคำศัพท์
- ทางเมนูของผู้ใช้(User Menu) กดลิงค์ My Vocab. Suggest.
กด เพิ่มคำศัพท์ เพื่อเพิ่มคำศัพท์
1. กรอกคำศัพท์ ชนิดของคำ และคำแปล เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้แนะนำเข้ามาหรือไม่

รูปตัวอย่างการเพิ่มคำศัพท์

2. กรอกรายละเอียดของคำศัพท์

รูปตัวอย่างการเพิ่มคำศัพท์

3. ระบบจะแสดงข้อมูลที่ได้กรอกไว้ เพื่อให้สมาชิกยืนยันข้อมูล ถ้าต้องการเพิ่มคำศัพท์ให้กดปุ่ม ตกลง หรือถ้าต้องการยกเลิกให้กดปุ่ม ยกเลิก

การลงคะแนนคำศัพท์
การลงคะแนนคำศัพท์ มีเกณฑ์ดังนี้
- Accept : คำศัพท์ถูกต้องเหมาะสมกับการนำไปใช้อ้างอิง
- Reject : ควรแก้ไขปรับปรุงคำศัพท์ก่อนนำไปใช้อ้างอิง
- Delete : คำศัพท์ไม่ถูกต้องเหมาะสม ควรลบออกจากรายการ
โดยสามารถลงคะแนนได้ 3 ทาง ดังนี้

1. จากหน้าของการค้นหาคำศัพท์ โดยผู้ใช้ต้องค้นหาคำศัพท์ที่ต้องการ ระบบจะทำการค้นหาคำศัพท์และแสดงผล ให้สมาชิกลงคะแนน

รูปตัวอย่างการลงคะแนนคำศัพท์

2. จากเมนู Poll

รูปตัวอย่างการลงคะแนนคำศัพท์

3. ทางเมนูของผู้ใช้ กดลิงค์ My Vocab. Suggest.

- กด รายการคำศัพท์ทั้งหมด เพื่อดูรายการคำศัพท์ทั้งหมด
- เลือกคำศัพท์ที่ต้องการ ระบบจะแสดงรายละเอียดของคำศัพท์ เพื่อให้ผู้ใช้พิจารณาลงคะแนนให้กับคำศัพท์

รูปตัวอย่างการลงคะแนนคำศัพท์

การดูกราฟแสดงผลการลงคะแน
หากคำศัพท์ที่สมาชิกเข้ามาแนะนำ มีผู้สนใจมาลงคะแนน ท่านสามารถกดลิงค์เข้าไปดูผลการลงคะแนนได้ ซึ่งระบบจะแสดงผลเป็นกราฟดังนี้

รูปตัวอย่างกราฟแสดงผลการลงคะแนน

Link to download: http://lexitron.nectec.or.th/downloadLex_detail.htmlc



Make Money Online

Today I receive mail from my friend for make money online , Just click , I go to it and you can .

ClixNCash is a online company that offers a wide range of online services and products. At ClixNCash you get paid to share this site with others and to click on links.

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




Information from web. ClixNCash


ClixNCash is a professional online company that offers a wide range of online services and products. At ClixNCash you get paid to share this site with others and to click on links, and dont forget that we also offer affordable advertising that you can trust.


Features
  • $0.20 CPM for unique hits
  • Multiple paid to promote pages
  • Your hits are processed every 2 weeks
  • You earn cash when promoting!
  • Informative stats about your promoting activities

  • Paid To Click $0.01 Per Click!
    Paid To Promote $0.20 Per Cpm!
    Paid To Join $0.10 Per Signup!
    Click Exchange Free Advertising!
    Paid To Read $4 Per Cpm!
    Low Payout! $0.05 Minimum!

  • So how does it work?
    You simply promote one of the paid to promote URLs listed above, and everytime a visitor goes to your PTP URL, we will record their visit in our database. Every two weeks your recorded hits will be processed and you will be credited with your earnings!
  • ClixNCash You can

    Long Live Majesty The King


    Long Live Majesty The King


    Highlights of the Celebrations of His Majesty the King Bhumibol Adulyadej of Thailand's 80th Birthday



    His Majesty King Bhumibol Adulyadej of Thailand was born in Cambridge, Massachusetts, The United States of America, on Monday 5 December 1927, being the third and youngest child of Their Royal Highnesses Prince and Princess Mahidol of Songkla. Even the facts of his birth seem to be significant in several ways. He is, first of all, the direct grandson of His Late Majesty King Chulalongkorn or Rama V who was renowned for the great reforms which he made to all institutions of Thailand to bring them up to date and in line with the rest of the Western-orientated world. Prince Mahidol himself was perhaps one of the most modern-minded of all the sons of King Chulalongkorn and his life was dedicated to the development of many modern ideas particularly in the field of Medical Science so that he is now known as the Father of the Modern Thai Medical Profession. Last but not least, he was given the significant name of Bhumibol Adulyadej, meaning "Strength of the Land Incomparable Power" which becomes prophetic as his reign advances through various critical periods and the Thai nation evolves more and more around the throne as the sole sources of unity and strength.
    Prince Mahidol came back to Thailand and passed away when His Majesty was not yet two years old. After a brief period of primary schooling in Bangkok, His Majesty left with the rest of his family for Switzerland where he continued his secondary education at the Ecole Nouvelle de la Suisse Romande, Chailly sur Lausanne and received the Bachelieres Lettres diploma from the Gymnase Classique Cantonal of Lausanne. He then chose to enter Lausanne University to study Science, but the death of his elder brother King Ananda Mahidol in Bangkok on 9 June 1946, changed the course of his life completely, for the Law of Succession bestowed on him the arduous but challenging function of the Thai crown. His Majesty decided to go back to Switzerland for another period of study, but this time in the subject of Political Science and Law in order to equip himself with the proper knowledge for government. In 1950, His Majesty returned to Thailand for the Coronation Ceremony which took place on 5 May and he went back to Switzerland for another period of study before the urgent call of his country and people brought him back to Thailand in 1951 to stay.




    His Majesty met and became engaged on 19 July 1949 to Mom Rajawongse Sirikit, daughter of His Highness Prince Chandaburi Suranath (Mom Chao Nakkhatra Mangala Kitiyakara) and Mom Luang Bua Kitiyakara (née Mom Luang Bua Snidwongse). His Highness Prince Chandaburi Suranath was the third son of his Royal Highness Prince Chandaburi Narunath and Her Serene Highness Princess Absarasman Kitiyakara.
    Their Majesties were married by Her Majesty Queen Sawang Vadhana, the paternal grandmother of His Majesty, at Sra Pathum Palace in Bangkok on 28 April 1950 and Their Majesties have four children namely:
    1. Her Royal Highness Princess Ubol Ratana who was born on 5 April 1951, in Lausanne, Switzerland.
    2. His Royal Highness Crown Prince Maha Vajiralongkorn was born on 28 July 1952, in Bangkok, Thailand, and was conferred with the title of "Somdech Phra Boroma Orasadhiraj Chao Fah Maha Vajiralongkorn Sayam Makutrajakuman" by His Majesty the King on 28 December 1972, making him the Crown Prince or Heir to the Throne.
    3. Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn was born on 2 April 1955 in Bangkok, Thailand, and was conferred the title of "Somdech Phra Debaratana Rajasuda Chao Fah Maha Chakri Sirindhorn Rathasimakunakornpiyajat Sayam Boroma Rajakumari" by His Majesty the King on 5 December 1977.
    4. Her Royal Highness Princess Chulabhorn was born on 4 July 1957 in Bangkok, Thailand.




    Highlights of the Celebrations of His Majesty the King's 80th Birthday

    A grand public audience granted by His Majesty the King on December 5 will be the highlight of the Celebrations on the Auspicious Occasion of His Majesty the King's 80th Birthday Anniversary 5th December 2007.
    The grand public audience will take place at the Chakri Maha Prasat Throne Hall within the Grand Palace compound. The Thai government has persuaded people to wear yellow shirts every day from December 1 to 5 to show their love and respect for His Majesty.

    The Sanam Luang ceremonial site in Bangkok will be the focal point, where festivities will be held together with a ceremony to present floral offerings to pay homage to His Majesty on December 5. Thai people are urged to sing the song "Father of the Land" during the grand public audience, which will be televised through the Global Network for audiences in 176 countries. Celebrative festivities to commemorate this auspicious occasion will also be organized at 16 public parks in Bangkok on the same day.

    As for other highlights, fireworks displays will take place in four main areas in Bangkok: at the Royal Turf Club on December 4 at 9:00 p.m.; on the Chao Phraya River, between the Utsahakam Ring Road and Rama IX Bridge, on December 5 at 7:00 p.m.; at the Royal Turf Club on December 6 at 9:00 p.m., and at Benchakiti Park and the Queen Sirikit National Convention Center on December 8 at 7:30 p.m. Another fireworks display will be held at Mae Phim beach, Klaeng district, Rayong province, on December 7, at 7:30 p.m.

    The annual Trooping of the Colors in honor of His Majesty will be held on a grand scale this year on December 2 at 5:00 p.m. at the Royal Plaza in Bangkok. Senior civil servants will participate in the oath-taking ceremony to vow to perform their duties with honesty and to serve as forces of the nation at Government House on December 4 at 8:00 a.m.

    Another highlight of the celebrations will be the Royal Barge Procession to be held on November 5, when His Majesty will present robes to Buddhist monks at Wat Arun, or the Temple of Dawn, in a Royal Kathin Ceremony.


    Supreme Artist

    His Majesty King Bhumibol Adulyadej is a world renowned musician, composer, arranger, and performer. He also excels in other art forms as is evident in his photography, painting, and sculpture.
    The King took his first music lesson at the age of 13 when he was in Switzerland. Mr. Weybrecht, a native of Alsace was his teacher. He taught His Majesty to play the saxophone together with musical theory in the traditions of classical music. However, it was jazz and contemporary music that caught His Majesty's fancy. So he began playing the alto and soprano saxophone along to the recordings of jazz musicians such as Johny Hodges and Sydney Bechet. When he became proficient enough, he bean jamming with these musicians in their records. Among the jazz that he played, Dixieland jazz became his favorite.
    Apart form the alto and soprano saxophones, His Majesty also plays the tenor and baritone saxophones. He often plays the clarinet and the trumpet as well. In later years, His Majesty added the piano and the guitar to his repertoire of musical instruments to assist him in composing and in his own musical band.
    His Majesty the King began composing when he was 18. His first work was “Saeng Tien” in the style of the blues and hence the name “Candlelight Blues”. To date he has written 48 songs. The melodies and lyrics to his compositions with their “singable” tunes and meaningful words weave into the hearts of the Thai people.
    His Majesty's songs became a part of every Thai's repertoire of songs. They are played and sung everywhere….at grand concerts, in dance halls, and in the homes. It is indeed “From Heart to Heart the King and His People”.
    Whether it was good times or bad times, His Majesty always had music for his people. There came a time in the 70's when the country was vulnerable to outside disturbances, His Majesty gave his people songs of “encouragement”. The music and the words to these songs encouraged his subjects, be it soldiers or civilians, to be conscientious of one's role and duty in the upholding of Thai values. His musical gifts to his people did not stop at writing songs, he also set up a radio station, “Aw Saw”, to broadcast music, news, and relevant matters.
    His Majesty used music to communicate with people and young subjects, especially students. He used music to overcome international barriers and strengthen diplomatic ties. His musical prowess was world acclaimed such that in 1964, The Academy for Music and Performing Arts in Vienna made him an Honorary Member of the Academy, ranking 23rd among Bruno Walter, Paul Hindermith, Pablo Casals, and Yehudi Menuhin. To commemorate the occasion, His Majesty was presented with a citation certificate and his name was engraved on the Academy's marble plaque. The King was lauded for the quality of his musical compositions and especially for “having helped to build a bridge of musical tradition between East and West”. He was the youngest and the first Asian musician to have been bestowed the honor.
    His Majesty is a natural teacher. He once related a teaching experience to his daughter, H.R.H. Princess Maha Chakri Sirindhorn, that he was teaching a blind person to play music with great difficulty. It was because the blind person could not see how a sound was produced from an instrument. After some efforts at explanation, his pupil grasped the principles and his face beamed with pleasure and pride when he could produce the first note. He also taught H.R.H. Princess Maha Chakri Sirindhorn to blow the trumpet. Her Royal Highness became his student No.1. The number of students consisting of members of his entourage grew to such a size that a band called “Sahai Pattana” was established.
    The innate desire by this King of the Chakri Dynasty to share and to give “happiness” to his people flows through all of his activities, music notwithstanding.
    Though his musical skills lie in western music, his love for Thai classical music is not less.
    He wants to preserve Thailand's musical heritage and to prevent its disappearance or distortion. He has great concern for the preservation of the traditional sound levels of classical Thai music and has encouraged research on traditional Thai musical scales of different instruments, using scientific methods. With his initiation along with personal funds, “Thai Classical Music Book I” was published as a reference book for traditional Thai songs.
    His Majesty has also graciously made official, two highly significant ceremonies in Thai classical dance and music tradition. The first is the initiation rite, authorizing a few revered dancers to act as masters of annual ceremonies of homage to dance and music patrons (human or divine). The second is an official passing on of a highly revered Thai dance format called “Dance of Ong Phra Pirap” from the only (male) dance master left, to a few dancers who will ensure the preservation of this dance format.
    Indeed His Majesty is not only a performer, a composer, a teacher, he is in all a gracious patron of the arts befitting the title “Supreme Artist”.


    HM the King's Music

    • Candlelight Blues
    • Love at Sundawn
    • Falling Rain
    • Near Dawn
    • H.M. Blues
    • Never Mind the Hungry Men's Blues
    • Blue Day
    • Dream of Love Dream of You
    • Sweet Words
    • Lovelight in My Heart
    • Love over Again
    • Twilight
    • Smiles
    • I Never Dream
    • Friday Night Rag

    The king’s living museums from link: http://www.bangkokpost.net/king/

    The success of the Huay Hong Krai Rural Development Study in Chiang Mai, provided
    striking confirmation of His Majesty’s theory. Even earth that is practically lifeless can be
    reinvigorated if one understands and knows how to apply the laws of inter-relatedness in
    nature to help it recover its balance. But for His Majesty the King, the restoration of the
    balance of nature is not an end in itself. It is a means to guarantee a vigorous, life-sustaining
    system for the rural poor.

    In a marriage of nature and human effort, His Majesty has invented a method to speed up
    reforestation by building hundreds of small, simple check-dams, using bricks and earth,
    in the mountain streams. The aim is to spread the moisture to a wider area and retain it to nurture
    the trees for as long as possible, before the water flows into the reservoir below. By keeping
    the forest soil damp, fires are prevented, thus allowing the forest to regenerate more quickly.

    His Majesty’s has described Huay Hong Krai as the conclusion of his own rural development
    work after several decades of searching for a low-cost, simple, and effective cure for rural
    poverty. His conclusion was ; there exists no uniform, single formula for a solution to the
    problem, given the vast diversity of geography that dictates the conditions of land, water supply, and climate, as well as the people’s way of life, which varies from region to region.

    The 8,500-rai Huay Hong Krai site is among six development study centres His Majesty has
    set up in different regions to cope with the vast diversity in land conditions. He calls them
    “Living Museums.”

    The first of these was Khao Hin Son, east of Bangkok. It is His Majesty’s model of how to
    convert near useless soil into usable farmland. In Chiang Mai the Huay Hong Krai Centre is
    intended to be a catchment area conservation model for the north, and The Pikul Thong Centre
    in Narathiwat is a study centre for swampy acidic land for the South. The Phu Phan Centre in
    Sakon Nakhon studies salination and irrigation for the Northeast. The Kung Kraben Bay Centre
    in Chanthaburi studies rehabilitation of mangroves and coastal waters, and the Huay Sai Centre
    in Phetchaburi studies the rehabilitation of degraded forests.




    More Projects Carried Out in Honor of His Majesty the King

    Seven more projects are being carried out in honor of His Majesty the King on the occasion of his 80th birthday anniversary this year.
    According to Deputy Prime Minister Paiboon Wattanasiritham, the first project involves the improvement of the landscape on the two sides of the road where His Majesty the King passes during his visit to Klai Kangwon Palace in Hua Hin, Prachuap Khiri Khan province. More trees and grass will be grown and and garden plots in the middle of the road will be beautified.

    In the second project, the landscape on Rama IX Road in Bangkok will be improved, from the Rama IX intersection to the motorway leading to Chon Buri province. The third project is on a campaign for leading a life of moderation, based on His Majesty the King's Sufficiency Economy philosophy. The campaign will be launched jointly by the Bangkok Metropolitan Administration, commercial banks, and other financial institutions to urge Bangkok residents to open savings accounts in an effort to promote savings.

    The fourth project calls for the construction of a pavilion in commemoration of His Majesty's 80th birthday at a Vietnamese temple in Mueang district of Mukdahan province. The pavilion will be 18 meters long, 24 meters wide, and five meters high. The fifth project involves the construction of buildings for a Border Patrol Police school in La-un district, Ranong province.

    In the sixth project, staff members of the Thailand Tobacco Monopoly and their families will jointly plant the national tree, Ratchaphruek, in various provinces where Thailand Tobacco Monopoly offices are located. The seventh project involves the restoration and improvement of Suan Luang Rama IX Park in Bangkok. More Chaipattana aerators, invented by His Majesty the King for use in wastewater treatment, will be installed.

    Information Center


    Celebrations on the Auspicious Occasion of His Majesty the King's 80th Birthday Anniversary, 5th December 2007
    The Government Public Relations Department
    9, Soi Aree Samphan, Rama VI Road, Phayathai, Bangkok 10400 Tel: 0-2618-2323 Ext. 2100, 2101, 2105, 2106 Fax: 0-2618-2356

    Related Links:

    80thbirthdayanniversary

    ทำดีเพื่อพ่อ

    WeLoveTheKingClub

    รวมใจภักดิ์ รักในหลวง

    80thbirthdayanniversary

    ยิ้มนี้ให้พ่อ

    พ.ศ.พอเพียง

    V4King

    PeopleoftheKingexpo

    หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง

    เครือข่ายกาญจนาภิเษก

    Belovedking

    เศรษฐกิจพอเพียง

    Thaimonarchy

    อัครศิลปิน

    นิทรรศการฯ เสมือนจริง

    สำนักพระราชวัง

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    ทำดีให้พ่อดู

    เรารักในหลวง

    มูลนิธิชัยพัฒนา

    ศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    รวม ส.ค.ส.พระราชทาน 1

    รวม ส.ค.ส.พระราชทาน 2

    มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ

    สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการฯ


    Online dictionary and Translate , English-Thai, Thai-English

    Online dictionary and Translate

    English-Thai, Thai-English


    When you visit on Thai web page or you are Thai person visit on English web page, you may be not understand for word.

    ***************************

    You can Translate by dictionary online at http://dic.moohin.com/ by did not to login or register .


    ******************************

    • If you want to Translate English texts and web pages into Thai you can get on "ParSit" . but you must register for work on web.

    "ParSit" By the meaning of the Royal Institute's Dictionary 2525 B.E. (Thai Edition), "ParSit" is actually a popular saying of ancient time, as well as the reputation of machine translation. Until today has every attempt been brought to a satisfactory level due to the sufficiently comprehensive results of translations.
    In addition, in spite of difference in both spelling and meaning, "ParSit" sounds the same as "parse it", which is the essential principle to analyze the structure of sentence. Therefore, the system is named "ParSit".

    "ParSit" is a result of collaborative research between National Electronics and Computer Technology Center (NECTEC) and NEC Corporation, Japan. It is an online free service via Internet that can translate English texts and Web pages into Thai.
    "ParSit" functions by extracting texts from a Web page. The texts are then translated by using grammatical rules and dictionaries. Finally, "ParSit" places the translated texts back to their original positions. As a result, users can surf English pages as if they surf Thai pages.
    This NECTEC’s free service offers a fairly good result. They researchers continue to improve its quality.

    advice web for download program แนะนำ เว็บไซด์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรม

    วันนี้ได้มาเปิดใช้เครื่องคอมของคนอื่น ว่าจะตกแต่งรูปภาพ แต่ในเครื่องไม่มีโปรแกรมอะไรเลย ที่ใช้สำหรับตกแต่งรูป แม้แต่โปรแกรม paintbrush ของ windows เองก็ยังไม่มี พอไปสั่งให้ windows components wizard ลง paintbrush ก็ลงไม่ได้ เพราะหาแผ่น CD โปรแกรมไม่เจอ เราก็เลยต้องใช้วิธีหาจาก net หาแหล่ง download ตอนแรกว่าจะหาโปรแกรมเสริม ของ Firefox แต่ปรากฎว่ามีแต่โปรแกรมจัดการรูปภาพ (จัดไฟล์) หรือเราหาไม่เจอก็ไม่รู้นะ อ่านภาษาอังกฤษไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย เลย search หาจาก google ก็พบหลายเว็บเลย ก็เจอเว็บนี้ คิดว่ามีโปรแกรมที่เข้าท่าดีนะ จึงเอามาฝากเพื่อน ๆ กัน

    Today I work with other computer that not have Program for make creation, paint for pictures , image. I search program from google. I found concerned program and I advice web / program download for any people .

    เว็บ http://www.thaiload.com/

    โปรแกรมแนะนำ

    My comments: This program can captures any type of picture on computer screen . You can selects file type or selects all , but I advices you should to selects type , because on one screen have many files in any types , such as I selects for save file type jpg in one screen , this program will save for over 200 files to my computer in little minutes. This program helps us for safe time.

    Mr. Captor captures anything you see on your computer screen, including the entire desktop, rectangular, elliptical and freehand regions, single window, a group of windows, menus, cursors and colors. It enables capture long web pages, PDFs, DOCs and other documents by using auto-scroll feature. The program can also record any screen action, save it as AVI file and capture on timer event. Supports capture from DirectX/Direct3D games, DVD and Media Player. Extracts images from EXE, DLL, SCR, OCX files. Enables save images in a variety of graphical formats (BMP, JPEG, PNG, GIF, ICO and many others). Additional features include support for hotkeys, image editing, email support, web publishing, printing and more. It is a very useful tool for designers, web masters, developers, technical writers and more.

    Still have doubts?
    Visit the Screen Capturing Software page to learn more...
    You can also visit a Demo page to see how easy to use our product is!


    ************************************
    ScreenVirtuoso enables you to record desktop activity and save the clip as AVI file, which can also be converted to MPEG 1/2 VCD/SVCD/DVD,SWF compatible formats. The program can limit recording to a selected window or a rectangle area on the screen. The program also captures DirectX output properly, which can often result in black screens during regular screen captures. You can choose to record audio and optionally annotate a scene with various shapes or speech bubbles. The program is easy to use, you can pause/resume recording via keyboard hotkeys, and also adjust the frame rate to achieve higher or lower quality videos.

    "Wonderful Life" ป่วนรักเจ้าตัวยุ่ง



    From cocomaw 's Blogger :

    This Korean series is my favorite . I likes kid and man leading actor : Han Seung-Wan (Aacted by Kim, Jae-Won) I think his character like Diya at Parfait tic (Japanese comic).
    Next time : I will show picture
    comparison between Diya and Kim, Jae-Won . If you want to look please post your comment to me.

    จาก cocomaw 's Blogger

    ซีรี่เกาหลี เรื่องนี้ เราชอบมาก เด็กน่ารัก และโดยเฉพาะ ตัวพระเอกน่ารักมาก มีใครเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง รักนี้หวานบาดใจไหม (Parfait tic) เราว่าคาแรคเตอร์เขาเหมือน ไดยะ เลยล่ะ แล้วถ้ามีเวลาเราจะลงรูปหน้าเปรียบเทียบระหว่าง ไดยะ กับ Kim, Jae-Won ให้ดูนะ (ถ้าอยากดูช่วยกันคอมเม้นท์หน่อยสิ)

    Genre :
    Drama
    Starring :
    Kim Jaewon
    Eugene
    Lee Ji Hoon
    Han Eun Jung
    Jung Da-bin
    Theme music composer :
    Choi Wan Hee
    Country of origin South Korea Korean No. of episodes 16
    Production
    Producer(s) :

    Lee Chang Han
    Sung Do Joon
    Broadcast
    Original channel :
    MBC
    ABS-CBN
    Original run :
    March 7, 2005 – April 26, 2005

    Wonderful Life (Hangul: 원더풀 라이프) is a 16-episode South Korean television drama broadcasted by MBC in 2005 and ABS-CBN in April 2006 in the Philippines as primetime series.

    ํYou can listen music : To Be With You---Park-Chae-Won: Wonderful Life Ost.Korean series-Wonderful Life at http://www.song4sing.blogspot.com

    Synopsis

    The story of Wonderful Life follows the exploits of Han Seung Wan (Kim Jaewon). During a trip to Singapore to meet his girlfriend, Lee Chae Young (Han Eun Jung), he bumps into a young woman named Jung Se Jin (Eugene) at the airport. They accidentally swap their passports, which leads Se Jin to track Seung Wan down at the address pasted in his passport. She meets a man, Min Do Yun (Lee Ji Hoon), who kindly gives her a piggyback ride to the apartment. When they meet again in Chae Young's apartment, they exchange passports, on the condition that Se Jin helps Seung Wan track down his missing girlfriend. They discover Chae Young playing around with Do Yun, the two of them having met in Australia, much to Seung Wan's surprise. Depressed that his girlfriend is now spending time with Do Yun, Seung Wan turns to Se Jin for comfort. The duo drink too much, resulting in a one-night stand in the Sentosa hotel.

    Being a devout Catholic, Se Jin asks Seung Wan to take responsibility for his deed. The immature Seung Wan leaves her, both returning home to Korea at an earlier date than scheduled. They move on with their lives until Seung Wan is thrown out by his father for spending too much money on liquor. With nowhere else to go, he contacts Se Jin for help.

    Se Jin agrees to help him earn money to pay back his father, but is shocked after being introduced to his brother and sister-in-law at her job (she works in an amusement park-like resturant, where she agreed to let Seung Wan work as well), who lead her to realize that her increased appetite and vomiting as of late are symptoms of pregnancy. Disguising herself in a red wig and skin-tight dress, Se Jin visits the pharmacist to buy a pregnancy test kit, only to run into Do Yun. While trying to escape, she twists her ankle, and Do Yung again gives her a piggyback ride home.

    A year later, Se Jin's nosy sister presents the baby, Shin Bi (Jung Da-bin), to her biological father. Seung Wan and Se Jin decide to get married for the baby's sake, but draw up a list of rules that they must abide by, including the possibility of divorce in five years time. Although the couple suffers extreme financial difficulties, Seung Wan takes a job in his father's construction business to support the family, but is forced to leave for military service shortly thereafter.

    Upon his return, the reunited Seung Wan and Se Jin face new challenges. While the former juggles chores due to his continuing studies to be a pilot, the latter struggles to find employment in a job market that discriminates against her for being a mother. Ultimately, however, Chae Young gets her an interview at the Kidsbear company where she works, though her assistance hides jealous intentions; aware of Do Yun's feelings for Se Jin, Chae Young plots to regain her former boyfriend by breaking up the family. Se Jin is hired by Kidsbear despite verbal attacks on the department store's CEOs, but she and her husband must deal with constant relationship problems brought on by Chae Young's interference.

    While much of the series is consumed by the interactions of the four principal characters, the final stretch of Wonderful Life proposes an ultimate test to Seung Wan and Se Jin's roles as parents and judges whether or not the decisions they made in the past were truly correct, questioning the morality of their actions. Shin Bi is diagnosed with leukemia, and her parents are cursed to hardship in searching for a viable bone marrow donor.


    People like to say, “Love knows no national boundaries or age.” “Love is fate.” or “Love has the power to overcome all difficulties.” However, what is the ultimate stage of love? Marriage? This could sound ridiculously old-fashioned, especially to the younger generation. They still fall in love of course, but becoming a part of a system such as marriage can be troublesome, at best. And its responsibility is bothersome, as well. Most of all, it’s unimaginable for many young people to give up their dreams for love and marriage. Put in a nice way, they are very practical, open-minded and liberal about their love life. However, they are selfish about love at the same time. They are the generation of instant gratification. They still fall in love, but they refuse to give up their free life styles. They still get married, but they don’t give up their careers. Their love life is just a personal choice, and they strongly resent being judged by other people’s standards of right and wrong. However, with love comes responsibility. Loving someone is about being responsible for your own feelings and your own decisions. Loving someone is agreeing to take responsibility for yourself and the person you love. is the story of two young college students (played by Kim Jae-won and Eugene) who accidentally become parents because of the one-night stand they had during vacation. They then get married. These young and inexperienced parents will show you what true love really means and how they become more mature by overcoming life’s difficulties together and how they complete their love.



    Han Seung-Wan (Aacted by Kim, Jae-Won)
    He's young and immature. He's a party animal. He's a very moody person. He's a frequent patron of the dance clubs around town. He's always welcome because he knows how to have fun. His father owns a mineral water company. He's handsome and cool, so he's popular everywhere he goes. And he secretly enjoys the fact that he's popular. He believes that women can't help but loving him. He has the characteristics of Don Quixote and Peter Pan at the same time. He majors in aeronautics. After graduation, he becomes a co-pilot for Sky Castle Airlines. His first love is Chae-young. He goes to Singapore to see her, but he meets Se-jin there, instead. When he first meets Se-jin, she's heartbroken because of her previous relationship. He just wants to make her feel better. He finds her cute. It must be the moonlight, or the wine or the music. At any rate, he always does as he pleases. But he becomes a father at the age of 21! His own father gets furious and orders him to marry Se-jin. He's about to be kicked out of the family. He doesn't have any other choice. He gets married. But he didn't legalize the marriage. He lives on the money that his father sends for the baby. He dreams of getting divorced once his daughter gets old enough to go to a daycare centre. He still thinks about his first love, Chae-young. To him, meeting Se-jin was the worst thing that ever happened in his life. He would do anything it takes if only he could go back in time and fix everything. However, his daughter seems to be the cutest child in the world. He didn't even dream that he would learn love from this little girl.


    Jeong Se-Jin (Acted by Eugene)
    She's very unique. She's outgoing and adventurous. She's a dreamer. She's curious and stubborn. She loves traveling and reading. She sometimes sets up a tent in the room and reads a book with a flashlight. And she likes to drink coffee in her favorite camping cup. She became a catholic after reading The Keys to the Kingdom by A.J Cronin. It's not easy to imagine her as a serious catholic because of her unusual personality, but she is. She wanted to be a diplomat, but she ends up getting a job at a travel agency. She has a daughter and a husband. She unexpectedly gets pregnant while traveling as a college student. She can't give up the baby since she's a catholic. She decides to raise her baby by herself, but she gets married, thanks to her sister's plan. Her life becomes gloomy. Her married life isn't anything like she expected. It's a war. She and her husband keep fighting and ignoring each other. He even brings his girlfriend home. She doesn't have any fun in life anymore. One day, a new neighbor, Min Do-hyeon moves in. Little by little, she becomes attracted to him. But he's an old friend of her husband's. Nothing seems to go well in her life.


    Min Do-Hyeon (Acted by Lee, Ji-Hoon)
    He's such a gentleman with good manners. He always seems neat and refined. He doesn't talk much. But he knows how to be terse and quick to the point. He's been successful throughout his life, but he's not interested in competing with others. He's very cynical; nothing really matters to him. He detests people who are obsessed with success and struggle to win. Nevertheless, he always wins and gets what he wants. He's the type of person that average people love to hate. He's the lovechild of the late founder of Sky Castle Airlines, Min Dae-seok. His biological mother died a long time ago. He was adapted and raised by Jang Eun-jo, the wife of Min Dae-seok. Very few people know about his family background. The relationship between Min Do-hyeon and Han Seung-wan is very unusual. While Seung-wan is very conscious about Do-hyeon and considers him a rival, Min Do-hyeon doesn't seem to care so much. Do-hyeon just enjoys Seung-wan's challenge. Seung-wan's girlfriend, Chae-young is interested in him. He's also attracted to her. But Chae-young goes back to Seung-wan all of a sudden. He feels betrayed and lost for the first time in his life. He realizes that Se-jin is heartbroken as well because of Chae-young. He develops a friendly feeling toward her.



    Lee Chae-Young (Acted by Han, Eun-Jung)
    She's gorgeous, proud, sexy and arrogant. But sometimes she can be quite naive and sweet. She's very good at changing herself to fit the way she wants other people think of her. No one doubts that she comes from a decent family and has a good education. However, in reality, she knows pain and sadness in life more than anyone. Her mother was the mistress of a Japanese businessman. She's ashamed of her background and tries to escape from it. She hasn't experienced any financial difficulties until her father abandoned her mother and her. Her mother went to Japan to look for her father only to realize she'd been dumped. Her mother opens a bar in Japan and lives there. Chae-young believes that it's good for everyone. Her mother was a part of her life she wanted to hide anyway. Now, she's making up her new life story as she goes along. She thinks marrying a decent man from a good family will provide what she doesn't have and complete her life. Now, she's looking for the man who can bring her everything she dreams of. For her, finding a perfect man is like shopping. You keep looking until you find exactly what you want. She doesn't mind being a two-timer if necessary. She has Seung-wan and Do-hyeon wrapped around her little finger. She introduces herself as a daughter of a successful businesswoman in Japan.



    Thai : เรื่องย่อ ป่วนรักเจ้าตัวยุ่ง

    เรื่องย่อ : ที่สนามบินสิงคโปร์ ซุงวอนและเชจินเกิดอุบัติเหตุจนหนังสือเดินทางสลับกันโดยไม่รู้ตัว จากเหตุการณ์นั้นพวกเขาสองคนจึงไม่ค่อยถูกคอกันนัก ซุงวอนมาสิงคโปร์เพื่อจะมาเซอร์ไพรส์วันเกิดในผู้หญิงที่เขารัก ขณะที่เชจินก็เช่นกัน ที่สิงคโปร์เธอได้พบโคฮอนโดยบังเอิญ ท่าทางเปิ่น ๆ ของเธอทำให้โคฮอนนึกเอ็นดูแล้วจึงกลายเป็นหลงรักในเวลาต่อมา เชจินพบภายหลังว่าโคฮอนคือ ผู้ชายอีกคนของเชยอง คนรักของของซุงวอน เธอคบกับผู้ชายในเวลาเดียวกันสองคน

    วันที่ซุงวอนตั้งใจจะฉลองวันเกิดกับเชยองเธอกลับออกไปข้างนอกกับโคฮอน ทำให้ความผิดพลาดผิดซุงวอนจึงไปเที่ยวกับเชจินแล้วก็เกิดอุบัติเหตุแห่งรักขึ้นด้วยความเมามายและความโศกเศร้าลึก ๆ ก่อนจะต่างแยกย้ายกลับเกาหลีราวไม่มีอะไรเกิดขึ้นเชยองสับสนเมื่อโคฮอนจับได้ว่าเธอก็ไม่ได้คบเขาคนเดียวแล้วเขาก็เลือกที่จะทิ้งเธอไป แต่เธอก็ยังสามารถกลับไปหาซุงวอนได้ซึ่งต่อมาเธอก็รู้สึกถึงคุณค่าของเขาเพราะเขาน่าจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอคบหามาแต่เด็กและเขารักเธอมาโดยตลอด ก่อนที่จะสูญเสียใครไปหมดเธอก็ฉุดรั้งซุงวอนไว้กับเธอ

    ขณะที่เชจินเมื่อกลับมาจากสิงค์โปร์ก็เกิดตั้งครรภ์เธอคิดจะบอกซุงวอนแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เธอตัดสินใจให้กำเนิดลูกสาว ตั้งชื่อว่า ชินบี โดยบอกให้ซุงวอนรู้เพียงจดหมายสั้น ๆ ให้เขาจดจำชื่อ ฮานชินบีไว้เท่านั้น เวลาผ่านไปซุงวอนเรียนเพื่อจะนักบินสถาบันเดียวกับโคฮอน ยามนั้นขณะที่ครอบครัวเขากำลังจัดงานเลี้ยงพี่สาวของเชจินก็หอบชินบีเข้ามาในงาน แล้วประกาศให้รู้ว่าเด็กหญิงคือลูกสาวของซุงวอนท่ามกลางความตกใจของทุกคนในครอบครัวรวมทั้งเชยอง

    นับว่าชินบีเป็นหลานคนแรกของครอบครัวที่พวกเขาเฝ้ารอคอยนักหนา เพราะพี่ชายและพี่สะใภ้ของซุงวอนพยายามอย่างมากเพื่อจะมีลูกแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มี เวลานั้นซุงวอนเหมือนจะตกใจและไม่ค่อยกล้ารับผิดชอบสักเท่าไรนักเพราะเขาเป็นคนหนุ่มนิสัยร่าเริง ขี้เล่นจนเหมือนไม่มีแก่นสารอะไรในชีวิต แต่เขาก็รับรู้ถึงความยากลำบากของเชจินที่เธอต้องซ่อนลูกไว้ในหอพักและเมื่อลูกร้องก็ต้องพยายามให้ลูกเงียบ อดหลับอดนอน ไม่ได้อ่านหนังสือแถมยังต้องถูกเพื่อนร่วมห้องที่หนวกหูเสียงเด็กร้องต่อว่าอีก บวกกับการถูกพ่อแม่บังคับเขาจึงจำเป็นต้องแต่งงานกับเชจินทั้งที่ยังเรียนหนังสือ ภายใต้ข้อตกลงที่พวกเขาช่วยกันร่างขึ้น

    ด้วยวัยและอายุยังน้อยพวกเขาจึงเหมือนขาดความพร้อมและขาดประสบการณ์พวกเขาสองคนต้องเรียนหนังสือพร้อมกับผลัดกันเลี้ยงลูกด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทุลักทุเล ซุงวอนนั้นยังไม่ค่อยรับผิดชอบสักเท่าไรหลายครั้งเขาก็ละเลยการเอาใจใส่ดูแลภรรยาและเหมือนจะสับสนว่าเขายังรักเชยองอยู่ซึ่งเธอก็พยายามเข้ามาพัวพันโดยไม่สนใจว่าซุงวอนมีภรรยาและครอบครัวแล้ว โดยเฉพาะเมื่อยิ่งพบว่าโคฮอนผู้ชายที่ดูเหมือนเพรียบพร้อมกำลังสนอกสนใจเชจินอยู่

    อาจเพราะพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นครอบครัวด้วยความรัก ความไม่เข้าใจมากมายจึงเหมือนกำแพงที่คอยแต่จะสร้างปัญหาให้ ไม่ว่าจะการที่ซุงวอนไม่ค่อยเอาใจใส่แม่และครอบครัวของเชจินเท่ากับที่เขาเอาใจใส่แม่และครอบครัวเขาทำให้เชจินน้อยใจ ชินบีมักอยู่กับครอบครัวของปู่ย่าเสียเป็นส่วนมากซึ่งในเวลาต่อมาพี่ชายซุงวอนก็มีลูกชายฝาแฝด
    วันหนึ่งซุงวอนต้องไปเป็นทหารเขากลัวที่จะบอกเชจินและด้วยเป็นห่วงเธอและลูกอยู่ลึก ๆ นับว่าเป็นความห่วงใยความผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ร่วมกันช่วยกันดูแลลูกสาวอย่างดีที่สุดเท่าที่พ่อแม่ในวัยขาดประสบการณ์อย่างพวกเขาจะทำได้ ซุงวอนไปช่วยพ่อทำงานเก็บเงินแล้วมอบของขวัญแสนประทับใจให้แก่เชจินทั้งที่ก่อนหน้าพวกเขาสองคนยังเข้าใจผิดกันอยู่ ซึ่งของขวัญนั้นสร้างความทราบซึ้งให้เชจิน อย่างมาก

    เวลาผ่านไป ซุงวอนกลับจากเป็นทหาร ชินบีเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงน่ารักช่างพูดช่างจาและเป็นที่รักของพ่อแม่ เธอเหมือนบ่วงดวงใจที่ร้อยหัวใจสองดวงของพ่อแม่ไว้ด้วยกัน แม้เธอจะเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย ๆ แล้วเธอก็มักได้ยินประโยคแปลก ๆ ยามพ่อแม่ทะเลาะกัน ช่างจดจำไปถ่ายทอดประสาเด็ก พ่อมักสอนวิธีการออดอ้อนให้เธอประจบขอเงินปู่กับย่าได้เยอะ ๆ แม้ชินบีจะจดจำแล้วบอกแก่ใคร ๆ ว่าเธอเกิดมาจากความผิดพลาดของพ่อแม่ แต่ชินบีก็เติบโตท่ามกลางความรักที่ทั้งพ่อและแม่มีให้และคิดถึงเธอก่อนใครพวกเขาสองคนไม่อาจอยู่ได้ถ้าปราศจากชินบี

    ยามพ่อแม่ทะเลาะกันชินบีมักถูกปู่ย่าพาไปอยู่ด้วยแล้วห้ามไม่ให้พ่อแม่มาหา ซึ่งระยะหลังพวกเขามีปัญหากันมากเพราะเชยองเข้ามาวุ่นวายราวจะทำลายครอบครัวนี้ ทั้งที่ก่อนหน้าทั้งโคฮอนและเชยองเหมือนจะเลิกล้มการเข้าแทรกในครอบครัวของซุงวอนและเชจินไปแล้ว แต่เวลาต่อมาเมื่อโคฮอนเลิกเรียนนักบินแล้วไปทำธุรกิจครอบครัว ส่วนเชยองก็ทำงานอยู่ในบริษัทของโคฮอน ซึ่งเชยองแกล้งรับเชจินเข้ามาทำงานด้วยแล้วเริ่มเข้าแทรกให้ครอบครัวของเชจินและซุงวอนมีปัญหาเข้าใจผิดกันรุนแรงด้วยอารมณ์โกรธแค้นที่เธอถูกทำร้ายให้เจ็บช้ำ ทั้งที่ซุงวอนหมดรักเชยองไปนานแล้ว

    โคฮอนแอบหลงรักเชจินและคอยช่วยเหลือเธออยู่เงียบ ๆ เขาไม่กล้าเปิดเผยความในใจกับเธอขณะที่เขาก็นึกหมิ่นชังการกระทำของเชยองที่ไม่หยุดเป็นมือที่สามของครอบครัวซุงวอนและเชจินทั้งที่คนนอกอย่างพวกเขาควรมองออกว่า สองคนนั้นต่างรักกัน

    ต่อมาเชจินก็รู้ว่าแท้จริงโคฮอนแอบชอบเธอแล้วมีข่าวลือให้ซุงวอนเข้าใจผิดว่าเชจินรักชอบโคฮอนพวกเขาจึงทะเลาะและจะหย่าขาดจากกัน พอแม่ของซุงวอนรู้ก็โกรธมากแล้วต่อว่าเชจินจนชินบีเสียใจป่วยเข้าโรงพยาบาล พี่ชายซุงวอนเป็นหมอที่โรงพยาบาลสงสัยว่าชินบีจะป่วยเป็นลูคีเมียจึงให้ชินบีพักที่โรงพยาบาลแล้วตรวจเลือดซ้ำ การเข้าโรงพยาบาลคราวนี้ของชินบีสร้างความเสียอกเสียใจให้เชจินและซุงวอนมาก พวกเขาต่างห่วงลูกสาวไม่น้อยกว่ากัน เชจินตัดสินใจจะยอมหย่าแม้เธอจะไม่ได้ต้องการหย่าเพราะว่าเธอรักซุงวอนมาโดยตลอด แต่เธอมีข้อแม้ว่าถ้าหย่าชินบีต้องอยู่กับเธอ พวกเขาช่วยกันดูแลชินบีระหว่างเธอรับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยซุงวอนเท่านั้นรู้ว่าชินบีอาจเป็นลูคีเมียแต่เขายังไม่ได้บอกเชจิน

    ระหว่างรอผลตรวจอาการชินบีดีขึ้นซุงวอนขอพาเธอกลับบ้านเพราะเขาไม่เคยมีความทรงจำดี ๆ ให้ลูกเลย ที่ผ่านมาเขามัวแต่ทะเลาะกับเชจินให้ลูกเห็น ที่บ้านพวกเขาจึงทำกิจกรรมร่วมกันอย่างมีความสุขและเป็นครอบครัวอบอุ่น ค่ำนั้นเองเขาได้พบโคฮอนแล้วสามารถตอบคำถามที่โคฮอนเพียรถามซุงวอนมาตลอดว่า ซุงวอนจะเลือกใครระหว่างเชยองกับเชจิน ซึ่งที่ผ่านมาซุงวอนไม่เคยตอบ คราวนี้เขาตอบโคฮอนว่าเลือกเชจินอย่างไม่ลังเล ทำให้โคฮอนก็ตัดสินใจบอกซุงวอนว่า แท้จริงแล้วคนที่เชจินรักก็คือซุงวอน ไม่ใช่เขา โคฮอนไม่อยากรอให้ซุงวอนรู้คำตอบด้วยตัวเองอีกต่อไป เขาอยากให้ซุงวอนเข้าใจกับเชจินเสียที ซุงวอนกลับมาบ้านก็พบเชจินรออยู่ที่หน้าบ้านก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งรู้จากพี่ชายว่าชินบีเป็นลูคีเมียแน่นอน ทำให้เขาเสียใจมาก เขาบอกรักและขอโทษเชจินที่เขาไม่ได้ดูแลเธอกับลูกให้ดี แล้วก็บอกความจริงเรื่องการป่วยของลูกให้เชจินรู้ แม้เวลานั้นเธอจะเสียใจแต่วันรุ่งขึ้นเชจินกลับดูเข้มแข็งเธอทำอาหารพิเศษสำหรับครอบครัวให้ซุงวอนและลูกอย่างมีความสุขเป็นการให้กำลังใจตัวเองและซุงวอน

    ชินบีต้องรับความทุกข์ทรมานจากการรักษาตัวมากซึ่งพ่อแม่และญาติ ๆ ก็คอยมาให้กำลังใจเธอสารพัด ทุกคนต่างช่วยคิดหาทางช่วยชินบีโดยเฉพาะแม่ของซุงวอนนั้นหวั่นใจอย่างมากแม้ก่อนหน้าจะไม่ค่อยชอบเชจินเท่าไหร่แต่ก็ไม่ต้องการสูญเสียชินบีไป เพราะเกรงว่าถ้าชินบีเป็นอะไรไปซุงวอนกับเชจินอาจต้องหย่าขาดจากกันจริง ๆ เธอเชื่อว่าเวลานี้ ชินบีคือสายใยสุดท้ายที่รั้งลูกชายและลูกสะใภ้ของเธอไว้ให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นครอบครัว

    โคฮอนและเชยองก็แวะมาหาและต้องหลงรักในความใสบริสุทธิ์ของชินบีที่ได้รับความรักเต็มที่จากพ่อแม่ของเธอ แต่เหมือนเชยองจะสำนึกผิดและเศร้าใจที่เธอมีส่วนในการทำลายครอบครัวของชินบี ขณะที่ชินบีกลับมอบความรักให้กับเธอและโคฮอน ดังนั้นเมื่อชินบีต้องรักษาโดยการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกพวกเขาสองคนจึงรับการตรวจไขกระดูกด้วยแต่ก็ไม่สามารถหาใครสักคนที่มีไขกระดูกเข้ากับชินบีได้ นับวันอาการของชินบียิ่งแย่ เชจินก็เหมือนจะหมดกำลังใจและพลอยโกรธตนเองว่าเพราะเธอเก็บชินบีไว้ ลูกจึงทุกข์ทรมาน ซุงวอนได้รับการติดต่อจากสถาบันไขกระดูกเพราะเขามีไขกระดูกเข้าเข้ากับคนอื่นได้ แล้วมีผู้รอรับการบริจาค ซุงวอนรับรู้ความเจ็บช้ำของพ่อแม่ที่มีลูกป่วยและรอคอยความหวังได้อย่างดีเขาจึงตัดสินใจบริจาคแม้จะกลัวว่าจะไม่ได้กลับมาเห็นลูกอีกก็ตาม ซึ่งเวลาต่อมาชินบีก็ได้รับการบริจาคไขกระดูกแล้วหายขาดจากโรคนี้เช่นกัน พวกเขาสามคนพากันกลับไปที่สิงค์โปร์...อีกครั้ง...เพราะชินบีเกิดที่นั่น...



    Links:
    ฟังเพลง listen.ost Wonderful Life
    http://en.wikipedia.org/wiki/Wonderful_Life_(TV_series)
    http://content.mbc.co.kr/e_mbc/drama.asp?idx=107
    http://www.weloveshopping.com/

    แฝด (Alone) : Thai Movie







    แฝด (Alone)
    แนะนำกันอีกครั้ง สำหรับภาพยนตร์เรื่อง แฝด อะโลน (Alone) เพราะทราบว่านอกจากถูกใจเราแล้ว ยังเข้าตากรรมการอีกด้วย ได้รับรางวัลจากงานเทศกาลหนัง “Fantastic Fest 2007” ที่เมืองออสติน รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20-27 ก.ย. 2550 ไปถึง 3 รางวัล คือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม โดย 2 ผู้กำกับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล และ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ แห่งค่ายจีทีเอช และนักแสดงนำหญิงคือมาช่า วัฒนพานิช

    "แฝด" จะเป็นเรื่องของคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่อยู่ปูซาน และต้องเจอกับเหตุการณ์ประหลาดขณะที่ทั้งสองไปเที่ยวเมืองไทย เพราะเหตุการณ์ในเรื่องจะเกิดขึ้นในสองประเทศ

    กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
    เขียนโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
    นำแสดงโดย

    มาช่า วัฒนพานิช
    ... พิม / พลอย

    วิทยา วสุไกรไพศาล
    ... วี

    รัชนู บุญชูดวง
    ... แม่ของพิมและพลอย

    นะโม ทองกำเนิด
    ... วี อายุ 15 ปี

    หทัยรัตน์ อีเกอรีฟ
    ... พิม อายุ 15 ปี

    ฤทัยรัตน์ อีเกอรีฟ
    ... พลอย อายุ 15 ปี

    ชุติกานต์ วิมุกตานนท์
    ... พิม อายุ 7 ปี

    ชญากานฑ์ วิมุกตานนท์
    ... พลอย อายุ 7 ปี

    สร้างโดยประเทศ
    Thailand
    จำหน่ายโดย จีเอ็มเอ็ม ไท หับ

    เรื่องย่อ
    พิม (หทัยรัตน์ อีเกอรีฟ) และพลอย (ฤทัยรัตน์ อีเกอรีฟ) แฝดหญิงตัวติดกันวัย 15 ที่เข้ารับการผ่าตัดแยกช่องท้องและกระเพาะอาหารเป็นคู่แรกในเมืองไทย ผลปรากฏว่าพิมพี่สาวพ้นขีดอันตราย ส่วนคนน้องนั้นเสียชีวิต หลังพลอยตาย พิมเลือกที่จะทิ้งความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดไว้เบื้องหลัง แล้วหนีไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่เกาหลี ชีวิตของพิมคงดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขกับผู้ชายที่เธอเลือก ถ้าเสียงโทรศัพท์ในกลางดึกคืนหนึ่ง จะไม่ดึงให้เธอต้องหวนกลับมาพบความหลังที่เธอทั้งผูกพันและกลัวสุดหัวใจ

    ข่าวจากเมืองไทยแจ้งว่าแม่ของเธอ (รัชนู บุญชูดวง) ประสบอุบัติเหตุ พิม (มาช่า วัฒนพานิช) จึงรีบเดินทางกลับเมืองไทย แต่ทันทีที่เธอเหยียบย่างกลับเข้าบ้านหลังเก่า ความทรงจำในอดีตที่เธอแกล้งลืมมันไปก็ย้อนคืนมา ในบ้านเดิมที่พิมเคยอาศัยสมัยเด็ก ข้างของทุกอย่างของพิมและพลอยยังคงแน่นิ่งอยู่ในที่ของมัน รองเท้าสองคู่ ตุ๊กตาสองตัว เสื้อผ้าชุดติดกัน เวลาเหมือนจะหยุดนิ่งไม่ไหลผ่าน พิมเริ่มสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเก่าๆ อีกครั้ง ความรู้สึกคล้ายมีคนอยู่ข้างกายตลอดเวลา ทุกลมหายใจ

    คงจะดีกว่าถ้าพลอยจะเกลียดพิมซะจนไม่อยากกลับมาอยู่ข้างๆ พิมเหมือนเดิม ทว่าพลอยยังคงอยู่ที่นี่ รอเธอและโกรธเธอ หรือกระทั่งความตายก็ไม่อาจแยกพลอยจากพิม....!

    ตอนนี้ เขาทำลงแผ่นให้ซื้อหามาเป็นของตัวเองได้แล้ว ก็แนะนำว่าไปหามาดูกันซะ เพราะนาน ๆ จะมีภาพยนตร์ไทยที่สามารถเทียบชั้นฮอลลีวูดได้ ด้วยฝีมือ(ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ) และแนะนำให้เป็นแผ่นลิขสิทธิ์ด้วยนะ อุดหนุนเจ้าของลิขสิทธิ์เขาหน่อย จะได้มีกำลังใจสร้างหนังดี ๆ ให้เราดูกันอีก สำหรับใครยังไม่มีแผ่น เราขอแนะนำเว็บแล้วกันนะ
    http://www.clipmass.com สำหรับดู MV , Trailer ของหนังไปก่อน

    With Alone, directors Banjong Pisanthanakun and Parkpoom Wongpoom prove that their remarkably scary freshman effort, Shutter, was no fluke. This time they push their character-based horror in a different direction, centering the story on a woman named Pim (Masha Wattanapanich). Pim was born as a conjoined twin, but her sister Ploy died after the two were successfully separated. Pim married her sweetheart Vee (Vittaya Wasukraipaisan) and moved to South Korea.

    As the film begins, Pim is celebrating her birthday. One of her party guests pulls out a deck of fortune-telling cards and informs Pim of good news: something she has lost will soon return to her. Then Pim receives bad news: her mother in Thailand has suffered a stroke. Pim and Vee rush home to help out. Almost as soon as they arrive, Pim begins seeing frightening apparitions of her dead sister. Pim has always blamed herself for her sister's death because she was the one who insisted upon the separation of the twins. Pim had fallen for Vee and yearned to marry him, while Ploy wanted to remain connected to her sister forever.

    Great premise, right? Instead of a long-haired girl or "I see dead people," you see one person, your long-gone sister, over and over again, evidently wanting to be reunited with you in more ways than one. We all know how family members can haunt us long after they're dead and buried, how old arguments and grudges and resentments keep surfacing, trying to claw their way into our present lives. Vee sees this happening to his beloved wife and he does what any reasonable man would do: he gets an old school pal, now a psychiatrist, to pay Pim a visit.

    Pim initially rejects treatment, but when the apparitions continue, she agrees. The doctor is calm and kind. He doesn't doubt her story, but explains that the mind is very powerful and we can form very strong mental images that are so powerful they appear real to us. The sessions continue even as Pim sees her sister in every manner of reflective surface. Flashbacks begin to fill in the back story: Vee was hospitalized at the same time as the girls when they were all teenagers.

    He was attracted to Pim rather than Ploy because Pim was the more outgoing of the two -- if the phrase "outgoing" can truly be applied to a woman joined physically to her twin sister -- while Ploy was the more reserved of the two. (Ploy also wears glasses, which makes her more attractive in my book, but possibly less so to others.) Innocent flirtations between Pim and Vee soon lead to more serious romantic feelings. Ploy is left to stew in a jealous, quiet rage just inches from her sister. After Vee leaves the hospital, Pim begins pressing for the separation of the twins.

    Everything in the film makes eerie sense. Whether Pim is actually seeing the ghost of her sister or her mind is simply conjuring up the images is almost beside the point. What really matters is that she is shaken to her core. The psychiatrist suggests that Pim may recover from her debilitating frights if they return to South Korea. They are compelled to remain in Thailand, though, because Pim's mother is in no condition to be transferred out of the country. Pim refuses to leave her and possibly add to her own guilt, even though her nerves have been frayed by the increasingly frequent appearances of her sibling's ghost.

    The ghost itself appears different each time it is seen. Sometimes it's just a corpse-like face, sometimes it's a decaying body hanging by a rope around the neck from a ceiling fan, sometimes it's a body lying next to Pim in bed. Even though it's the same thing over and over again, there's so much variety that I found myself unnerved waiting to see what would pop up next. The directors, who also wrote the script, slowly drag the story into that dark territory where dread and low-level anxiety merge into genuine fear. As the story progresses, more secrets are unearthed and then things become truly frightening for entirely different reasons.

    "Conjoined twins" first came to fame with Chang and Eng Bunker, Chinese brothers born in Thailand, then called Siam, in the 19th century. They toured with P.T. Barnum's circus and were billed as the Siamese Twins. Mark and Michael Polish played lonely conjoined twins in Twin Falls Idaho, but the more relevant cinematic comparison is Brian DePalma's Sisters, in which conjoined twins that have been separated retain a deadly connection. Alone plays on the idea that twins share some kind of mental telepathy, which is a scary thought indeed if one of the twins is dead.

    Alone won the Horror Feature Silver Medal Award at Fantastic Fest, as well as Special Jury Prizes for the directors and actress Masha Wattanapanitch. The jury included Cinematical's Scott Weinberg. (Cinematographer Niramon Ross, who also shot Shutter as well as the similarly-effective shadowy ghost story Dorm, also deserves some kind of award.) The thirty-something Wattanapanitch is a pop singer in Thailand, and this is evidently her first lead acting role, which is surprising simply because she's so good in the movie.

    Independent distributor 24 Frames acquired North American rights to the film at Cannes and plans a theatrical release early in 2008. Alone is definitely a film that plays well in a theater, so keep your eyes out for it, starting with a visit to the official site.
    specail links:

    http://www.cinematical.com/2007/10/01/fantastic-fest-review-alone/

    http://www.faddthemovie.com/
    http://www.clipmass.com/movie/4357271532714

    Photos

    Hot Job !

    ข่าวสาร เหตุการณ์