เรื่องเด่น

Lanna Foot Patch แผ่นแปะเท้าเพื่อสุขภาพ

Lanna Foot Patchแผ่นแปะเท้าเพื่อสุขภาพ




Excellent herbs product.
Every Lanna Foot Patch consists by many excellent herbs planted in famous herbal gardens in Thailand’s Northern region. Harvested only high qualities that we accept and carefully hand-made pack up our finest ingredients appropriately.
With the admixtures like Bamboo Vinegar Powder, which helps detoxify any toxin substances, Calcined Marl, which reduces body’s heat and reduces swelling, Vitamin C, which protects our skin from sunburn, and many more useful ingredients best selected for the best of your health.




Relax Foot patch.
By the properties of blood circulation system stimulation, regulating body balance, expulsion of body toxin, stress relieving, foot skin’s softening.



Photos

อากรนำเข้าสินค้า

พิธีการศุลกากรไปรษณีย์

1. ประเภทสิ่งของส่งทางไปรษณีย์

สิ่งของส่งทางไปรษณีย์จากต่างประเทศ เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำการตรวจคัดเพื่อแยกสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่แต่ละหีบห่อมีราคาไม่เกิน 1,000 บาท หรือสิ่งของนั้นเป็นตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่างและไม่มีราคาทางการค้า จะได้รับการยกเว้นอากร โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะส่งมอบคืนให้การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อไปจัดจ่ายแก่ผู้รับต่อไป

กลุ่มที่ 2 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่เป็นของใช้ส่วนตัว ของขวัญหรือของตัวอย่างที่ไม่มีลักษณะเป็นสินค้าในทางการค้า ซึ่งส่งจากผู้ส่งคนหนึ่งถึงผู้รับคนหนึ่งในคราวเดียวกันหรือเข้ามาถึงพร้อมกัน ไม่ว่าจะมีจำนวนกี่หีบห่อ หากมีราคาไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้โดยไม่จำกัดว่าค่าอากรที่ต้องชำระจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำการประเมินราคาและอากร ส่งมอบต่อการสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบให้ผู้รับและเรียกเก็บอากรแทน

กลุ่มที่3 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ กรณีอื่น ๆ นอกจากกลุ่มที่1 และ 2 ซึ่งถือเป็นสินค้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ทำการตรวจคัด จะส่งมอบคืนให้การสื่อแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบเข้าเก็บในคลังสินค้าของด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อรอผู้รับมารับสินค้าต่อไป

สำหรับสินค้ากลุ่มที่ 2 เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเปิดหีบห่อ โดยมีเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นพยานร่วมรู้เห็นในการเปิดตรวจนี้ จากนั้นทำการตรวจและประเมินอากรต่อเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ จะคาดเทปกาวพลาสติกปิดรอยเปิดหรือรอยฉีกขาดจนแน่นหนามั่นคงแล้วประทับตราได้ผ่านการตรวจจากศุลกากรแล้วมอบให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเรียกเก็บอากรแทนต่อไป

หากผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์จะโต้แย้งการประเมินอากรใด ๆ ให้ทำเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อนายด่านศุลกากรไปรษณีย์ จะได้ส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อจัดการเกี่ยวกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น กลับมาดำเนินการต่อไปตามคำร้องของผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น ๆ (หมายเหตุ ผู้รับจะต้องไม่รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้นและแจ้งกับเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยว่าจะทำการโต้แย้งราคา)

กรณีสิ่งของประเมินภาษีอากรแล้ว ถ้าผู้รับต้องการใบกำกับภาษี โปรดนำใบเสร็จรับเงินพร้อมแนบสำเนาใบแจ้งของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ไปติดต่อ ณ ด่านศุลกากรไปรษณีย์

สำหรับสินค้ากลุ่มที่ 3 เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยจะออกใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ เพื่อให้ผู้รับไปปฏิบัติพิธีการ ณ. ด่านศุลกากรไปรษณีย์ หรือด่านศุลกากรในต่างจังหวัดที่ใกล้เคียงกับผู้รับที่สุด

สำหรับสินค้าประเภทที่ 2 ที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดตรวจแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าการประเมินอากรไปจะเป็นปัญหาโต้เถียงกัน ทำให้ยุ่งยากแก่การแก้ไขภายหลังหรือของที่ต้องทำใบขนสินค้าหรือ ต้องทำพิธีการอย่างอื่นหรือของต้องห้าม ต้องกำกัด ก็ให้คัดออกมารวมกับประเภทที่ 3 ที่นำมาเก็บรักษาและจ่ายทางศุลกากร

2. เอกสารที่ต้องใช้ในการขอรับสิ่งของทางด่านศุลกากรไปรษณีย์

. เอกสารที่จะต้องนำมาใช้ในการผ่านพิธีการ กรณีขอรับส่งของด้วยตนเอง

1.ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

2.บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับที่มีชื่ออยู่ตามใบแจ้งหรือบัตรที่ทางราชการออกให้

. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นขอรับสิ่งของแทน

1.ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศโดยผู้มอบอำนาจจะต้องกรอกรายละเอียดการมอบอำนาจด้านหลังใบแจ้งพร้อมเซ็นชื่อกำกับ

2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ

3. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

. กรณีผู้รับสิ่งของเป็นนิติบุคคลเช่น บริษัท ห้างฯ ร้าน

1. ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

2. บัตรเจ้าของหรือบัตรผู้จัดการหรือบัตรผู้รับมอบอำนาจหรือบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารผูกพันนิติบุคคลนั้น

3. หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ห้าง ฯ ร้าน (สำเนา)

4. ใบทะเบียนการค้า (สำเนา)

5. ผู้มีอำนาจต้องลงนามพร้อมประทับตราบริษัท ฯ ลงในด้านหลังใบแจ้งให้ไปรับ สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

หมายเหตุ ผู้รับมอบอำนาจ จะมอบอำนาจต่อให้แก่บุคคลที่สามไม่ได้

3. ขั้นตอนการผ่านพิธีการเพื่อรับสิ่งของ โดยการชำระอากรปากระวาง (ในกรณีที่สิ่งของนั้นมีราคาไม่เกิน 20,000 บาท)

3.1 ยื่นใบแจ้งฯ พร้อมเอกสารประกอบที่โต๊ะหมายเลข 1 เพื่อตรวจสอบเอกสารพร้อมกับรับ แบบ 503 และใบกำกับสินค้าด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อให้ผู้นำเข้ากรอกรายละเอียด

3.2 ยื่นใบแจ้งพร้อมเอกสารประกอบที่โต๊ะหมายเลข 2,3หรือ4 เพื่อตัดบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ และตรวจสอบราคาสิ่งของที่สำแดงไว้ข้างหีบห่อ ถ้ามีราคาเกิน 20,000 บาท ผู้รับ สิ่งของต้องจัดทำใบขนสินค้าขาเข้า ถ้าราคาไม่เกินให้ผ่านพิธีการในขั้นตอนต่อไป3.3 ยื่นใบแจ้งพร้อมเอกสารทั้งหมดที่โต๊ะหมายเลข 5 เพื่อกำหนดช่องตรวจ และชื่อนายตรวจ ผู้รับสิ่งของรอรับแบบ 503 คืนพร้อมไปรอรับการตรวจสินค้า ณ. ช่องนายตรวจที่กำหนดไว้ในแบบ 503 จนกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บรักษาจะจัดส่งห่อพัสดุลงมาจากคลังศุลกากรให้นายตรวจ3.4 เมื่อนายตรวจได้รับห่อพัสดุแล้วจะแจ้งให้ผู้รับสิ่งของเปิดห่อพัสดุด้วยตนเอง และบันทึก รายการสิ่งของที่ตรวจพบลงในใบแจ้งพร้อมลงนามกำกับ เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ประเมินราคา ประเมินราคา อากรและค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาของในคลังสินค้าศุลกากร (ถ้ามี) ที่ต้องชำระลงในใบแจ้ง พร้อมลงนามกำกับ จากนั้นนายตรวจจะเรียกเก็บค่าภาษีพร้อมออกใบเสร็จรับเงิน และกรอกรายละเอียดลงในใบกำกับสินค้า พร้อมส่งมอบสินค้าให้ผู้รับ3.5 ผู้รับสิ่งของต้องนำหีบห่อสิ่งของที่ผ่านการตรวจปล่อยแล้ว พร้อมต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับสินค้า แสดงต่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยตรวจสอบบริเวณประตูทางออกของด่านฯ ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำของออกไปจากด่านฯ ได้หมายเหตุ ในขั้นตอนที่ 4 ถ้าสิ่งของรายใดเจ้าหน้าที่นายตรวจหรือเจ้าหน้าที่ประเมินอากรมีข้อสงสัย อาจจัดส่งตัวอย่างของนั้นให้กับหน่วยงานวิเคราะห์ประจำด่านฯ หรือกรณีเป็นสิ่งของที่ต้องมี ใบอนุญาตจาก อย.หรือสินค้าทางการเกษตร ก็จะส่งให้เจ้าหน้าที่ อย.หรือเจ้าหน้าที่กักกันพืชประจำด่านฯ ตรวจสอบก่อน

4. กรณีของที่ถูกกัก

กรณีสิ่งของส่งทางไปรษณีย์เมื่อผ่านพิธีการแล้วถูกกัก ไม่สามารถรับของให้เรียบร้อยได้ภายในวันเดียว อาจจะมีสาเหตุต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่จะต้องกักของไว้ดำเนินการในวันต่อไป สาเหตุที่ของจะต้องถูกกักมีดังนี้

4.1 ผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นำเงินมาไม่พอชำระค่าภาษีอากร

4.2 สิ่งของมีปัญหาด้านราคา/หรือพิกัดฯ หรือรายละเอียดของสินค้า เจ้าหน้าที่อาจสั่งกักเพื่อรอเอกสารจากผู้รับฯ นำมาประกอบการ พิจารณา

4.3 สิ่งของนั้นเป็นของต้องมีใบอนุญาตนำเข้าหรือเป็นสินค้าที่ควบคุมการนำเข้า โดยที่ผู้รับสิ่งของไม่มีใบอนุญาตมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่ของถูกกักไว้ผู้นำเข้าจะต้องติดต่อด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และชำระค่าภาษีอากรหรือดำเนินการใด ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน ภายในกำหนดระยะเวลา 2 เดือน 15 วัน นับจากวันนำของเข้า หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ด่านศุลกากรไปรษณีย์จะดำเนินการกับพัสดุที่กักไว้ตามกฎหมายศุลกากรต่อไป

5. การส่งคืนสิ่งของส่งทางไปรษณีย์

5.1 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่อยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ครบกำหนด 30 วัน โดยไม่มีผู้รับมาดำเนินการพิธีการแล้ว ด่านศุลกากรไปรษณีย์จะจัดการคืนสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น ให้แก่เจ้าหน้าที่ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อส่งคืนต้นทางในต่างประเทศต่อไปในกรณีที่มีผู้มาขอรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่เกิน 30 วันแล้ว และสิ่งของนั้นยังไม่ได้ส่งคืนต้นทาง เจ้าหน้าที่การสื่อสารจะส่งสินค้านั้นมาให้ด่านศุลกากรไปรษณีย์อีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามผู้นำเข้าร้องขอ

5.2สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่อยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ที่มีผู้รับมาดำเนินการพิธีการแล้วมีความประสงค์จะส่งคืนไปยังต้นทางในต่างประเทศจะต้องดำเนินพิธีการจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าและขาออก การดำเนินการในกรณีนี้ได้ สินค้านั้นต้องไม่เป็นของต้องห้าม หรือของต้องมีใบอนุญาตยกเว้นมีใบอนุญาตนำเข้ามาแสดง

5.3 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์รายใดบรรจุของต้องห้าม ต้องมีใบอนุญาต เช่น อาวุธปืน เป็นต้น แม้จะตกค้างอยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ภัณฑ์เกินกว่า 1 เดือน เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถยึดหรือกักไว้ เพื่อดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ที่มีอยู่ ไม่ต้องส่งคืนให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ

6. การปฏิบัติพิธีการใบขนสินค้าขาเข้า

การตรวจปล่อยสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ไม่สามารถตรวจปล่อยโดยปากระวางได้ เช่น ของมีราคาเกิน 20,000 บาท รวมทั้งของต้องมีใบอนุญาตประเภทอาวุธปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน นั้น ต้องตรวจปล่อยโดยการใช้ใบขนสินค้าขาเข้าธรรมดาครบชุดผ่านการตรวจสอบประเมินราคาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิธีการและประเมินอากร

7. การส่งของออกทางไปรษณีย์

การฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศสามารถกระทำได้ ณ. ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกแห่งตามระเบียบข้อบังคับของการสื่อสารแห่งประเทศไทย โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของพนักงานศุลกากรก่อนภายใต้บังคับของเงื่อนไขต่อไปนี้

1. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องห้ามในการส่งออก

2. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องมีใบอนุญาตในการส่งออก3. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องเสียอากรขาออกหรือค่าภาคหลวง

4. สิ่งของนั้น ไม่ว่าจะบรรจุมีจำนวนที่หีบห่อ แต่มีราคารวมกันในการส่งออกคราวหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับสิ่งของทั่วไป หรือมีราคาไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับเพชรพลอย เครื่องรูปพรรณทองคำ และเครื่องรูปพรรณทองคำขาว

5. การส่งออกนั้น ไม่ใช่การส่งออกที่ขอคืนอากรหรือขอรับเงินชดเชยค่าภาษี6. การส่งออกนั้น ไม่ใช่การส่งออกที่ขอรับใบสุทธิสำหรับการนำกลับเข้ามา

สำหรับสิ่งของส่งออกทางไปรษณีย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 1-6 จะต้องปฏิบัติโดยใช้ใบขนสินค้าขาออกครบชุด ผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร

พิธีการนำเข้า

ในการนำเข้าสินค้า ผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และประกาศที่กรมศุลกากรและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า
อาทิ กระทรวงพาณิชย์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมปศุสัตว์ ฯลฯ ที่กำหนดไว้ให้ครบถ้วน โดยมีคำแนะนำในการจัดเตรียมเอกสาร
และปฏิบัติตามขั้นตอนพิธีการศุลกากรในการนำเข้าสินค้า ดังนี้

1. ประเภทใบขนสินค้าขาเข้า เป็นแบบพิมพ์ที่กรมศุลกากรกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องยื่นต่อกรมศุลกากรในการนำเข้าสินค้า ซึ่งจำแนกออกเป็น 9 ประเภทตามลักษณะการนำเข้า ดังนี้

(1) แบบ กศก. 99/1 ใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าทั่วไปทุกประเภทที่กรมศุลกากรมิได้กำหนดให้ใช้ใบขนสินค้าประเภทอื่น

(2) แบบ กศก. 102 ใบขนสินค้าขาเข้าพิเศษพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าทางอากาศยานหรือพิธีการอื่นที่กรมศุลกากรกำหนดสำหรับของที่นำเข้าในลักษณะเฉพาะ เช่น การนำเข้าสัตว์เลี้ยงมีชีวิต

(3) แบบ กศก. 103 คำร้องขอผ่อนผันรับของ/ส่งของออกไปก่อน ใช้สำหรับการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าก่อนปฏิบัติพิธีการครบถ้วนตามที่กรมศุลกากรกำหนด

(4) แบบ A.T.A. Carnet ใบขนสินค้าสำหรับนำของเข้าหรือส่งของออกชั่วคราว ใช้สำหรับการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าชั่วคราวประเภทต่าง ๆ ตามที่ระบุในอนุสัญญา

(5) แบบ JDA (Joint Development Area) ใบขนสินค้าสำหรับพื้นที่พัฒนาร่วมไทย- มาเลเซีย ใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

(6) แบบใบแนบ 9 ใบขนสินค้าถ่ายลำ ใช้สำหรับพิธีการสินค้าถ่ายลำ

(7) แบบที่ 448 ใบขนสินค้าผ่านแดน ใช้สำหรับพิธีการสินค้าผ่านแดน

(8) ใบขนสินค้าพิเศษสำหรับรถยนต์และจักรยานยนต์นำเข้าหรือส่งออกชั่วคราว ใช้สำหรับการนำรถยนต์และจักรยานยนต์เข้ามาในประเทศหรือส่งออกชั่วคราว

(9) ใบขนสินค้าพิเศษสำหรับเรือสำราญและกีฬาที่นำเข้าหรือส่งออกชั่วคราว ใช้สำหรับการนำเรือสำราญและกีฬาเข้ามาในประเทศหรือส่งออกชั่วคราว

2. เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าสินค้า

(2.1) สำหรับพิธีการชำระอากร พิธีการวางประกัน พิธีการขนถ่ายข้างลำ พิธีการคลังสินค้า ทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ต้องมีเอกสารประกอบ ได้แก่
(1) ต้นฉบับใบขนสินค้าขาเข้า (กศก. 99/1) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ เว้นแต่กรณีที่กรมศุลกากรกำหนดให้มีการจัดทำคู่ฉบับเพิ่ม เช่น สำหรับ การนำเข้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน กรณีดังกล่าวต้องมีสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า 2 ฉบับ

(2) ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading or Air Waybill)
(3) บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
(4) แบบธุรกิจต่างประเทศ (ธ.ต.2)(Foreign Transaction Form) กรณีมูลค่าของนำเข้าเกินกว่า 500,000 บาท
(5) แบบแสดงรายละเอียดราคาศุลกากร (กศก. 170)
(6) ใบสั่งปล่อยสินค้า (กศก.100/1)
(7) บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)
(8) ใบแจ้งยอดเบี้ยประกัน (Insurance Premium Invoice)
(9) ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า
(10) ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) กรณีขอลดอัตราอากร
(11) เอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสารแสดงส่วนผสม คุณลักษณะและการใช้งานของสินค้า แค็ดตาล็อก เป็นต้น

(2.2) พิธีการหลายเที่ยวเรือ ต้องเพิ่มพิมพ์เขียว (BLUE PRINT) บบแปลน แบบพิมพ์ หรือเอกสารประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาให้ทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ

(2.3)
พิธีการขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิต้องเพิ่มสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า (กศก.99/1) อีก 1 ฉบับ

(2.4)
พิธีการส่งเสริมการลงทุนต้องเพิ่มหนังสืออนุมัติให้ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

(2.5) พิธีการคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
(1) คำขออนุญาตนำของเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (แบบที่ 369)
(2) คำขออนุญาตนำของเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด

(2.6) พิธีการคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า กรณีนำเข้าโดยผู้อื่นที่มิใช่ผู้รับอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ต้องเพิ่ม คำขออนุญาตนำของเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า

(2.7) พิธีการสินค้าส่งกลับ
(RE-EXPORT)
กรณีอยู่ในอารักขาของศุลกากร ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
(1) คำร้องขอผ่อนผันทำใบขนสินค้าส่งกลับ (RE-EXPORT) ชำระอากร 1 ใน 10
(2) ใบขนสินค้าขาออก (กศก.101/1)
พร้อมเอกสารประกอบ

(2.8) พิธีการนำของออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออก (EPZ) ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
(1)
แบบ กนอ.02-1 กรณีสินค้านำเข้าเป็นวัตถุดิบ
(2)
แบบ กนอ.02-1 และ กนอ.101 กรณีสินค้านำเข้าเป็นเครื่องจักร อุปกรณ์เครื่องมือและ เครื่องใช้ รวมทั้งส่วนประกอบของสินค้าดังกล่าวที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้าหรือการค้าเพื่อส่งออก

3. ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการนำเข้าสินค้า

(1) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนบันทึกข้อมูลบัญชีราคาสินค้า (Invoice) ทุกรายการเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองหรือผ่าน Service Counter โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะแปลงข้อมูลบัญชีราคาสินค้าให้เป็นข้อมูลใบขนสินค้าโดยอัตโนมัติ และให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนส่งเฉพาะข้อมูลใบขนสินค้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร

(2) เครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรจะตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในใบขนสินค้าที่ส่งเข้ามา เช่น ชื่อและที่อยู่ผู้นำของเข้า เลขประจำตัวผู้เสียภาษี พิกัดอัตราศุลกากร ราคา เป็นต้น ถ้าพบว่าข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าที่ส่งมาไม่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรจะแจ้งกลับไปยังผู้นำเข้าหรือตัวแทนเพื่อให้แก้ไขให้ถูกต้อง

(3) เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลในใบขนสินค้าที่ส่งมาถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะออกเลขที่ใบขนสินค้าขาเข้า พร้อมกับตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ เพื่อจัดกลุ่มใบขนสินค้าขาเข้าในขั้นตอนการตรวจสอบพิธีการเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ แล้วแจ้งกลับไปยังผู้นำเข้าหรือตัวแทน เพื่อจัดพิมพ์ใบขนสินค้า

ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ไม่ต้องตรวจสอบพิธีการ (Green Line) สำหรับใบขนสินค้าประเภทนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์จะสั่งการตรวจ หลังจากนั้น ผู้นำเข้าหรือตัวแทนสามารถนำใบขนสินค้าขาเข้าไปชำระค่าภาษีอากรและรับการตรวจปล่อยสินค้าได้
ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ต้องตรวจสอบพิธีการ (Red Line) สำหรับใบขนสินค้าประเภทนี้ ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องนำใบขนสินค้าไปติดต่อกับหน่วยงานประเมินอากรของท่าที่นำของเข้า

(4) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องจัดเก็บข้อมูลบัญชีราคาสินค้าตามวรรคแรกในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบใบขนสินค้าหลังการตรวจปล่อย โดย
ให้สามารถจัดพิมพ์เป็นรายงานเมื่อกรมศุลกากรร้องขอ ดังนี้
(4.1) IMPORT/EXPORT INVOICE LIST BY DECLARATION ITEM
(4.2) IMPORT/EXPORT INVOICE LIST BY INVOICE ITEM
(4.3) IMPORT/EXPORT INVOICE LIST

4. แผนผังแสดงขั้นตอนการนำเข้าสินค้า


5. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
กรณีผู้นำเข้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ จากสำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรที่นำเข้าทุกแห่ง ในวันและเวลาราชการ

พิธีการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน


ของใช้ในบ้านเรือน หมายถึง ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของใช้ส่วนตัวซึ่งผู้เดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร นำติดตัวเข้ามาในหรือออกไปพร้อมกับตนและเป็นของที่ผู้นำเข้าใช้สอยตามปกติระหว่างอยู่ต่าง โดยผู้นำเข้าของใช้ในบ้านเรือนต้องมีกรรมสิทธิ์ในของนั้น ๆ อยู่ก่อนการย้ายภูมิลำเนา เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องประดับ ฯลฯ ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้วดังกล่าว เจ้าของต้องนำเข้ามาพร้อมกับตน เนื่องจากในการย้ายภูมิลำเนาและมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะจะได้รับสิทธิยกเว้นอากร

1. หลักเกณฑ์การพิจารณายกเว้นอากรของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว

ของใช้ในบ้านเรือนที่จะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าได้ ผู้นำเข้าจะต้องเป็นบุคคลที่ได้ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาตั้งในประเทศไทย ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างประเทศ และจำนวนของใช้ในบ้านเรือนที่จะยกเว้นอากรให้ได้ จะพิจารณาเท่าที่เป็นจำนวนพอสมควรที่พึงมีพึงใช้ตามปกติวิสัย และผ่านการใช้งานแล้ว โดยต้องเป็นของที่นำเข้ามาจากประเทศซึ่งผู้นำเข้ามีภูมิลำเนาอยู่ก่อนที่จะย้ายเข้ามามีภูมิลำเนาในประเทศไทย สำหรับของใช้ในบ้านเรือนที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น “วิทยุ” ถ้ามีการนำเข้ามาก็จะยกเว้นให้เพียง 1 เครื่อง ถ้ามีมากกว่า 1 เครื่อง จะยกเว้นอากรให้เพียง 1 เครื่องเท่านั้น ยกเว้นการย้ายภูมิลำเนาทั้งครอบครัว ให้ได้รับยกเว้นอากรได้อย่างละ 2 เครื่อง และเครื่องที่ยกเว้นค่าอากรให้นั้นต้องเป็นเครื่องที่มีค่าอากรต่ำสุด นอกจากวิทยุแล้วอาจมีตู้เย็น เครื่องรับโทรทัศน์ ฯลฯ ให้ถือเกณฑ์เดียวกับวิทยุ ของใช้ในบ้านเรือนดังกล่าว จะต้องนำเข้ามาถึงประเทศไทยไม่เกิน 1 เดือน ก่อนผู้นำของเข้ามาถึง หรือไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ผู้นำของเข้าเข้ามาถึง อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจขยายกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้นได้ เทื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษ การย้ายภูมิลำเนานั้น ให้ถือเกณฑ์การพิจารณา ดังต่อไปนี้


1.1 ชาวต่างประเทศ

(1) ชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ได้รับโควต้าเข้าเมืองตามที่ ปรากฏในหนังสือเดินทาง หรือใบประจำตัวคนต่างด้าว หรือ
(2) ชาวต่างประเทศได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบอาชีพในราชอาณาจักร จะได้รับการอนุโลมให้ถือว่าย้ายภูมิลำเนาต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าบุคคลผู้นี้จะให้อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี กรณีที่ยังไม่ได้รับอนุญาตแต่เป็นเรื่องรีบด่วนต้องยื่นเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งประกอบการพิจารณา คือ
หนังสือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับรองว่าจะได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวเป็นปีๆ ไป
หนังสืออนุญาตของกรมแรงงานว่า ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในประเทศแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
(3) ชาวต่างประเทศที่เข้ามาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือภายใต้สัญญาจ้างของหน่วยราชการ ต้องมีหนังสือหน่วยราชการนั้นๆ รับรองว่าบุคคลผู้นั้นได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศในประเภท NON IMMIGRANT แล้ว และจะอยู่ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 ปี

กรณีชาวต่างประเทศตาม (2) และ (3) มีสามีหรือภรรยาของตนติดตามมาด้วย และได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศไทยได้ครั้งแรก 90 วัน ก็ให้ถือว่าผู้ติดตามนั้นย้ายภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ในประเทศไทย

หมายเหตุ ชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรประเภท Non-Immigrant O ที่เข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลาย หรือ ติดตามภรรยาชาวไทยเข้ามาไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตาม (1)

1.2 ชาวไทย

(1) ชาวไทยหรือข้าราชการไทยที่ไปทำงาน หรือดำรงตำแหน่งหรือดูงานในต่างประเทศต้องอยู่ประจำเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี กรณีที่ต้องเดินทางกลับก่อนกำหนด 1 ปี ต้องมีหลักฐานมาแสดงว่าได้เดินทางกลับเนื่องจากสิ้นสุดสัญญาการจ้าง หรือได้รับคำสั่งให้ย้ายกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในราชอาณาจักร หรือเสร็จสิ้นการดูงานก่อนกำหนด
(2) ชาวไทยที่ไปอยู่ประจำในต่างประเทศในกรณีอื่นเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องให้คำ รับรองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าจะกลับเข้ามามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(3) นักเรียนไทย หรือข้าราชการไทยที่ไปศึกษาวิชา หรือดูงานในต่างประเทศ และคนไทยที่ออกไปอยู่ต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นอากรของใช้ในบ้านเรือนได้ ในกรณีที่มีกรรมสิทธิ์ในของนั้นและได้ใช้สอยอยู่ในต่างประเทศตามปกติก่อนจะเข้ามาในประเทศไทย และของนั้นจะต้องมีจำนวนเท่าที่พอสมควรตามฐานะของบุคคลนั้นๆ และต้องมีหลักฐานแสดงว่าได้ไปอยู่ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี

2. เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน

(1) ใบขนสินค้าขาเข้า กศก. 99/1
(2) หนังสือเดินทาง (Passport)
(3) กรณีเป็นชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในประเทศไทยต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
หนังสือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับรองว่าจะได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวเป็นปีๆ ไป
หนังสืออนุญาตของกรมการจัดหางานว่า ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในประเทศไทยแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ชาวต่างประเทศที่เข้ามาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือภายใต้สัญญาจ้างของหน่วยราชการ ต้องมีหนังสือของ
หน่วยราชการนั้นๆ รับรองว่าบุคคลผู้นั้นได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศในประเภท NON
IMMIGRANT แล้ว และจะอยู่ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 ปี
(4) กรณีชาวไทยต้องแสดงหลักฐานแสดงว่ามีการย้ายภูมิลำเนา เช่น ใบรับรองจบการศึกษา คำสั่งย้าย หนังสือสัญญาสิ้นสุดการจ้าง
(5) ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading /Air Waybill)
(6) แบบธุรกิจต่างประเทศ กรณีมีมูลค่าเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
(7) บัญชีราคาสินค้า (Invoice) (ถ้ามี)
(8) ใบสั่งปล่อยสินค้า (Delivery Order)
(9) บัญชีรายการสิ่งของ (Packing List) หรือเอกสารซื้อขาย (ถ้ามี)
(10) ใบอนุญาต กรณีเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้า
(11) แบบคำร้องขอยกเว้นอากร
(12) เอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือมอบอำนาจ

3. ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน

(1) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นคำร้องขอยกเว้นอากร ใบขนสินค้าและเอกสารประกอบต่อฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรกรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ สำนักงานศุลกากร/ด่านศุลกากรที่นำเข้า

(2) กรมศุลกากรจะทำการตรวจสอบเอกสารและพิจารณาการยกเว้นอากร หากมีของใช้ในบ้านเรือนเข้ามาแต่ไม่มีลักษณะได้รับยกเว้นอากร กรมศุลกากรก็จะดำเนินการเรียกเก็บอากรตามปกติ

(3) กรมศุลกากรคืนเอกสารที่ตรวจสอบแล้วให้ผู้นำเข้าเพื่อนำไปชำระอากร (ถ้ามี) กรณีของใช้ในบ้านเรือนที่นำเข้าได้รับการยกเว้นอากรทั้งหมด ผู้นำเข้าหรือตัวแทนนำเอกสารไปติดต่อส่วนตรวจปล่อยสินค้าเพื่อขอรับสินค้าได้

(4) นายตรวจศุลกากรและ/หรือสารวัตรศุลกากร จะทำการสุ่มตรวจของว่าตรงตามสำแดงหรือไม่ หากถูกต้องก็จะอนุญาตให้ผู้นำเข้านำของออกจากอารักขาศุลกากรได้


4. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

คนไทยและชาวต่างประเทศที่มีความประสงค์จะขอรับของใช้ในบ้านเรือนใช้แล้วที่นำเข้ามาในประเทศไทย สามารถติดต่องานพิธีการ ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ ในวันและเวลาราชการ
หากเป็นการนำเข้าทางท่าอากาศยานกรุงเทพ และผู้นำเข้ายังสามารถใช้บริการออกของใช้ในบ้านเรือนของบริษัท Thai Airport Ground Services (TAGS)
0-2535-1577 หรือบริษัทการบินไทยจำกัด มหาชน 0-2535-4470 ได้ในอัตราไม่เกิน 1,070 บาทต่อ 1 ใบขน (อัตรานี้อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า)

http://www.customs.go.th/Prachuap/customs/allpiteekan.html
0

Hot Job !

ข่าวสาร เหตุการณ์