อากรนำเข้าสินค้า

พิธีการศุลกากรไปรษณีย์

1. ประเภทสิ่งของส่งทางไปรษณีย์

สิ่งของส่งทางไปรษณีย์จากต่างประเทศ เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำการตรวจคัดเพื่อแยกสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่แต่ละหีบห่อมีราคาไม่เกิน 1,000 บาท หรือสิ่งของนั้นเป็นตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่างและไม่มีราคาทางการค้า จะได้รับการยกเว้นอากร โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะส่งมอบคืนให้การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อไปจัดจ่ายแก่ผู้รับต่อไป

กลุ่มที่ 2 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่เป็นของใช้ส่วนตัว ของขวัญหรือของตัวอย่างที่ไม่มีลักษณะเป็นสินค้าในทางการค้า ซึ่งส่งจากผู้ส่งคนหนึ่งถึงผู้รับคนหนึ่งในคราวเดียวกันหรือเข้ามาถึงพร้อมกัน ไม่ว่าจะมีจำนวนกี่หีบห่อ หากมีราคาไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้โดยไม่จำกัดว่าค่าอากรที่ต้องชำระจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำการประเมินราคาและอากร ส่งมอบต่อการสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบให้ผู้รับและเรียกเก็บอากรแทน

กลุ่มที่3 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ กรณีอื่น ๆ นอกจากกลุ่มที่1 และ 2 ซึ่งถือเป็นสินค้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ทำการตรวจคัด จะส่งมอบคืนให้การสื่อแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบเข้าเก็บในคลังสินค้าของด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อรอผู้รับมารับสินค้าต่อไป

สำหรับสินค้ากลุ่มที่ 2 เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเปิดหีบห่อ โดยมีเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นพยานร่วมรู้เห็นในการเปิดตรวจนี้ จากนั้นทำการตรวจและประเมินอากรต่อเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ จะคาดเทปกาวพลาสติกปิดรอยเปิดหรือรอยฉีกขาดจนแน่นหนามั่นคงแล้วประทับตราได้ผ่านการตรวจจากศุลกากรแล้วมอบให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเรียกเก็บอากรแทนต่อไป

หากผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์จะโต้แย้งการประเมินอากรใด ๆ ให้ทำเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อนายด่านศุลกากรไปรษณีย์ จะได้ส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อจัดการเกี่ยวกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น กลับมาดำเนินการต่อไปตามคำร้องของผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น ๆ (หมายเหตุ ผู้รับจะต้องไม่รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้นและแจ้งกับเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยว่าจะทำการโต้แย้งราคา)

กรณีสิ่งของประเมินภาษีอากรแล้ว ถ้าผู้รับต้องการใบกำกับภาษี โปรดนำใบเสร็จรับเงินพร้อมแนบสำเนาใบแจ้งของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ไปติดต่อ ณ ด่านศุลกากรไปรษณีย์

สำหรับสินค้ากลุ่มที่ 3 เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยจะออกใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ เพื่อให้ผู้รับไปปฏิบัติพิธีการ ณ. ด่านศุลกากรไปรษณีย์ หรือด่านศุลกากรในต่างจังหวัดที่ใกล้เคียงกับผู้รับที่สุด

สำหรับสินค้าประเภทที่ 2 ที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดตรวจแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าการประเมินอากรไปจะเป็นปัญหาโต้เถียงกัน ทำให้ยุ่งยากแก่การแก้ไขภายหลังหรือของที่ต้องทำใบขนสินค้าหรือ ต้องทำพิธีการอย่างอื่นหรือของต้องห้าม ต้องกำกัด ก็ให้คัดออกมารวมกับประเภทที่ 3 ที่นำมาเก็บรักษาและจ่ายทางศุลกากร

2. เอกสารที่ต้องใช้ในการขอรับสิ่งของทางด่านศุลกากรไปรษณีย์

. เอกสารที่จะต้องนำมาใช้ในการผ่านพิธีการ กรณีขอรับส่งของด้วยตนเอง

1.ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

2.บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับที่มีชื่ออยู่ตามใบแจ้งหรือบัตรที่ทางราชการออกให้

. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นขอรับสิ่งของแทน

1.ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศโดยผู้มอบอำนาจจะต้องกรอกรายละเอียดการมอบอำนาจด้านหลังใบแจ้งพร้อมเซ็นชื่อกำกับ

2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ

3. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

. กรณีผู้รับสิ่งของเป็นนิติบุคคลเช่น บริษัท ห้างฯ ร้าน

1. ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

2. บัตรเจ้าของหรือบัตรผู้จัดการหรือบัตรผู้รับมอบอำนาจหรือบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารผูกพันนิติบุคคลนั้น

3. หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ห้าง ฯ ร้าน (สำเนา)

4. ใบทะเบียนการค้า (สำเนา)

5. ผู้มีอำนาจต้องลงนามพร้อมประทับตราบริษัท ฯ ลงในด้านหลังใบแจ้งให้ไปรับ สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

หมายเหตุ ผู้รับมอบอำนาจ จะมอบอำนาจต่อให้แก่บุคคลที่สามไม่ได้

3. ขั้นตอนการผ่านพิธีการเพื่อรับสิ่งของ โดยการชำระอากรปากระวาง (ในกรณีที่สิ่งของนั้นมีราคาไม่เกิน 20,000 บาท)

3.1 ยื่นใบแจ้งฯ พร้อมเอกสารประกอบที่โต๊ะหมายเลข 1 เพื่อตรวจสอบเอกสารพร้อมกับรับ แบบ 503 และใบกำกับสินค้าด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อให้ผู้นำเข้ากรอกรายละเอียด

3.2 ยื่นใบแจ้งพร้อมเอกสารประกอบที่โต๊ะหมายเลข 2,3หรือ4 เพื่อตัดบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ และตรวจสอบราคาสิ่งของที่สำแดงไว้ข้างหีบห่อ ถ้ามีราคาเกิน 20,000 บาท ผู้รับ สิ่งของต้องจัดทำใบขนสินค้าขาเข้า ถ้าราคาไม่เกินให้ผ่านพิธีการในขั้นตอนต่อไป3.3 ยื่นใบแจ้งพร้อมเอกสารทั้งหมดที่โต๊ะหมายเลข 5 เพื่อกำหนดช่องตรวจ และชื่อนายตรวจ ผู้รับสิ่งของรอรับแบบ 503 คืนพร้อมไปรอรับการตรวจสินค้า ณ. ช่องนายตรวจที่กำหนดไว้ในแบบ 503 จนกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บรักษาจะจัดส่งห่อพัสดุลงมาจากคลังศุลกากรให้นายตรวจ3.4 เมื่อนายตรวจได้รับห่อพัสดุแล้วจะแจ้งให้ผู้รับสิ่งของเปิดห่อพัสดุด้วยตนเอง และบันทึก รายการสิ่งของที่ตรวจพบลงในใบแจ้งพร้อมลงนามกำกับ เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ประเมินราคา ประเมินราคา อากรและค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาของในคลังสินค้าศุลกากร (ถ้ามี) ที่ต้องชำระลงในใบแจ้ง พร้อมลงนามกำกับ จากนั้นนายตรวจจะเรียกเก็บค่าภาษีพร้อมออกใบเสร็จรับเงิน และกรอกรายละเอียดลงในใบกำกับสินค้า พร้อมส่งมอบสินค้าให้ผู้รับ3.5 ผู้รับสิ่งของต้องนำหีบห่อสิ่งของที่ผ่านการตรวจปล่อยแล้ว พร้อมต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับสินค้า แสดงต่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยตรวจสอบบริเวณประตูทางออกของด่านฯ ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำของออกไปจากด่านฯ ได้หมายเหตุ ในขั้นตอนที่ 4 ถ้าสิ่งของรายใดเจ้าหน้าที่นายตรวจหรือเจ้าหน้าที่ประเมินอากรมีข้อสงสัย อาจจัดส่งตัวอย่างของนั้นให้กับหน่วยงานวิเคราะห์ประจำด่านฯ หรือกรณีเป็นสิ่งของที่ต้องมี ใบอนุญาตจาก อย.หรือสินค้าทางการเกษตร ก็จะส่งให้เจ้าหน้าที่ อย.หรือเจ้าหน้าที่กักกันพืชประจำด่านฯ ตรวจสอบก่อน

4. กรณีของที่ถูกกัก

กรณีสิ่งของส่งทางไปรษณีย์เมื่อผ่านพิธีการแล้วถูกกัก ไม่สามารถรับของให้เรียบร้อยได้ภายในวันเดียว อาจจะมีสาเหตุต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่จะต้องกักของไว้ดำเนินการในวันต่อไป สาเหตุที่ของจะต้องถูกกักมีดังนี้

4.1 ผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นำเงินมาไม่พอชำระค่าภาษีอากร

4.2 สิ่งของมีปัญหาด้านราคา/หรือพิกัดฯ หรือรายละเอียดของสินค้า เจ้าหน้าที่อาจสั่งกักเพื่อรอเอกสารจากผู้รับฯ นำมาประกอบการ พิจารณา

4.3 สิ่งของนั้นเป็นของต้องมีใบอนุญาตนำเข้าหรือเป็นสินค้าที่ควบคุมการนำเข้า โดยที่ผู้รับสิ่งของไม่มีใบอนุญาตมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่ของถูกกักไว้ผู้นำเข้าจะต้องติดต่อด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และชำระค่าภาษีอากรหรือดำเนินการใด ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน ภายในกำหนดระยะเวลา 2 เดือน 15 วัน นับจากวันนำของเข้า หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ด่านศุลกากรไปรษณีย์จะดำเนินการกับพัสดุที่กักไว้ตามกฎหมายศุลกากรต่อไป

5. การส่งคืนสิ่งของส่งทางไปรษณีย์

5.1 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่อยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ครบกำหนด 30 วัน โดยไม่มีผู้รับมาดำเนินการพิธีการแล้ว ด่านศุลกากรไปรษณีย์จะจัดการคืนสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น ให้แก่เจ้าหน้าที่ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อส่งคืนต้นทางในต่างประเทศต่อไปในกรณีที่มีผู้มาขอรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่เกิน 30 วันแล้ว และสิ่งของนั้นยังไม่ได้ส่งคืนต้นทาง เจ้าหน้าที่การสื่อสารจะส่งสินค้านั้นมาให้ด่านศุลกากรไปรษณีย์อีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามผู้นำเข้าร้องขอ

5.2สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่อยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ที่มีผู้รับมาดำเนินการพิธีการแล้วมีความประสงค์จะส่งคืนไปยังต้นทางในต่างประเทศจะต้องดำเนินพิธีการจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าและขาออก การดำเนินการในกรณีนี้ได้ สินค้านั้นต้องไม่เป็นของต้องห้าม หรือของต้องมีใบอนุญาตยกเว้นมีใบอนุญาตนำเข้ามาแสดง

5.3 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์รายใดบรรจุของต้องห้าม ต้องมีใบอนุญาต เช่น อาวุธปืน เป็นต้น แม้จะตกค้างอยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ภัณฑ์เกินกว่า 1 เดือน เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถยึดหรือกักไว้ เพื่อดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ที่มีอยู่ ไม่ต้องส่งคืนให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ

6. การปฏิบัติพิธีการใบขนสินค้าขาเข้า

การตรวจปล่อยสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ไม่สามารถตรวจปล่อยโดยปากระวางได้ เช่น ของมีราคาเกิน 20,000 บาท รวมทั้งของต้องมีใบอนุญาตประเภทอาวุธปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน นั้น ต้องตรวจปล่อยโดยการใช้ใบขนสินค้าขาเข้าธรรมดาครบชุดผ่านการตรวจสอบประเมินราคาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิธีการและประเมินอากร

7. การส่งของออกทางไปรษณีย์

การฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศสามารถกระทำได้ ณ. ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกแห่งตามระเบียบข้อบังคับของการสื่อสารแห่งประเทศไทย โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของพนักงานศุลกากรก่อนภายใต้บังคับของเงื่อนไขต่อไปนี้

1. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องห้ามในการส่งออก

2. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องมีใบอนุญาตในการส่งออก3. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องเสียอากรขาออกหรือค่าภาคหลวง

4. สิ่งของนั้น ไม่ว่าจะบรรจุมีจำนวนที่หีบห่อ แต่มีราคารวมกันในการส่งออกคราวหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับสิ่งของทั่วไป หรือมีราคาไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับเพชรพลอย เครื่องรูปพรรณทองคำ และเครื่องรูปพรรณทองคำขาว

5. การส่งออกนั้น ไม่ใช่การส่งออกที่ขอคืนอากรหรือขอรับเงินชดเชยค่าภาษี6. การส่งออกนั้น ไม่ใช่การส่งออกที่ขอรับใบสุทธิสำหรับการนำกลับเข้ามา

สำหรับสิ่งของส่งออกทางไปรษณีย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 1-6 จะต้องปฏิบัติโดยใช้ใบขนสินค้าขาออกครบชุด ผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร

พิธีการนำเข้า

ในการนำเข้าสินค้า ผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และประกาศที่กรมศุลกากรและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า
อาทิ กระทรวงพาณิชย์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมปศุสัตว์ ฯลฯ ที่กำหนดไว้ให้ครบถ้วน โดยมีคำแนะนำในการจัดเตรียมเอกสาร
และปฏิบัติตามขั้นตอนพิธีการศุลกากรในการนำเข้าสินค้า ดังนี้

1. ประเภทใบขนสินค้าขาเข้า เป็นแบบพิมพ์ที่กรมศุลกากรกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องยื่นต่อกรมศุลกากรในการนำเข้าสินค้า ซึ่งจำแนกออกเป็น 9 ประเภทตามลักษณะการนำเข้า ดังนี้

(1) แบบ กศก. 99/1 ใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าทั่วไปทุกประเภทที่กรมศุลกากรมิได้กำหนดให้ใช้ใบขนสินค้าประเภทอื่น

(2) แบบ กศก. 102 ใบขนสินค้าขาเข้าพิเศษพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าทางอากาศยานหรือพิธีการอื่นที่กรมศุลกากรกำหนดสำหรับของที่นำเข้าในลักษณะเฉพาะ เช่น การนำเข้าสัตว์เลี้ยงมีชีวิต

(3) แบบ กศก. 103 คำร้องขอผ่อนผันรับของ/ส่งของออกไปก่อน ใช้สำหรับการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าก่อนปฏิบัติพิธีการครบถ้วนตามที่กรมศุลกากรกำหนด

(4) แบบ A.T.A. Carnet ใบขนสินค้าสำหรับนำของเข้าหรือส่งของออกชั่วคราว ใช้สำหรับการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าชั่วคราวประเภทต่าง ๆ ตามที่ระบุในอนุสัญญา

(5) แบบ JDA (Joint Development Area) ใบขนสินค้าสำหรับพื้นที่พัฒนาร่วมไทย- มาเลเซีย ใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

(6) แบบใบแนบ 9 ใบขนสินค้าถ่ายลำ ใช้สำหรับพิธีการสินค้าถ่ายลำ

(7) แบบที่ 448 ใบขนสินค้าผ่านแดน ใช้สำหรับพิธีการสินค้าผ่านแดน

(8) ใบขนสินค้าพิเศษสำหรับรถยนต์และจักรยานยนต์นำเข้าหรือส่งออกชั่วคราว ใช้สำหรับการนำรถยนต์และจักรยานยนต์เข้ามาในประเทศหรือส่งออกชั่วคราว

(9) ใบขนสินค้าพิเศษสำหรับเรือสำราญและกีฬาที่นำเข้าหรือส่งออกชั่วคราว ใช้สำหรับการนำเรือสำราญและกีฬาเข้ามาในประเทศหรือส่งออกชั่วคราว

2. เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าสินค้า

(2.1) สำหรับพิธีการชำระอากร พิธีการวางประกัน พิธีการขนถ่ายข้างลำ พิธีการคลังสินค้า ทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ต้องมีเอกสารประกอบ ได้แก่
(1) ต้นฉบับใบขนสินค้าขาเข้า (กศก. 99/1) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ เว้นแต่กรณีที่กรมศุลกากรกำหนดให้มีการจัดทำคู่ฉบับเพิ่ม เช่น สำหรับ การนำเข้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน กรณีดังกล่าวต้องมีสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า 2 ฉบับ

(2) ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading or Air Waybill)
(3) บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
(4) แบบธุรกิจต่างประเทศ (ธ.ต.2)(Foreign Transaction Form) กรณีมูลค่าของนำเข้าเกินกว่า 500,000 บาท
(5) แบบแสดงรายละเอียดราคาศุลกากร (กศก. 170)
(6) ใบสั่งปล่อยสินค้า (กศก.100/1)
(7) บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)
(8) ใบแจ้งยอดเบี้ยประกัน (Insurance Premium Invoice)
(9) ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า
(10) ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) กรณีขอลดอัตราอากร
(11) เอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสารแสดงส่วนผสม คุณลักษณะและการใช้งานของสินค้า แค็ดตาล็อก เป็นต้น

(2.2) พิธีการหลายเที่ยวเรือ ต้องเพิ่มพิมพ์เขียว (BLUE PRINT) บบแปลน แบบพิมพ์ หรือเอกสารประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาให้ทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ

(2.3)
พิธีการขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิต้องเพิ่มสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า (กศก.99/1) อีก 1 ฉบับ

(2.4)
พิธีการส่งเสริมการลงทุนต้องเพิ่มหนังสืออนุมัติให้ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

(2.5) พิธีการคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
(1) คำขออนุญาตนำของเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (แบบที่ 369)
(2) คำขออนุญาตนำของเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด

(2.6) พิธีการคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า กรณีนำเข้าโดยผู้อื่นที่มิใช่ผู้รับอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ต้องเพิ่ม คำขออนุญาตนำของเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า

(2.7) พิธีการสินค้าส่งกลับ
(RE-EXPORT)
กรณีอยู่ในอารักขาของศุลกากร ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
(1) คำร้องขอผ่อนผันทำใบขนสินค้าส่งกลับ (RE-EXPORT) ชำระอากร 1 ใน 10
(2) ใบขนสินค้าขาออก (กศก.101/1)
พร้อมเอกสารประกอบ

(2.8) พิธีการนำของออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออก (EPZ) ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
(1)
แบบ กนอ.02-1 กรณีสินค้านำเข้าเป็นวัตถุดิบ
(2)
แบบ กนอ.02-1 และ กนอ.101 กรณีสินค้านำเข้าเป็นเครื่องจักร อุปกรณ์เครื่องมือและ เครื่องใช้ รวมทั้งส่วนประกอบของสินค้าดังกล่าวที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้าหรือการค้าเพื่อส่งออก

3. ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการนำเข้าสินค้า

(1) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนบันทึกข้อมูลบัญชีราคาสินค้า (Invoice) ทุกรายการเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองหรือผ่าน Service Counter โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะแปลงข้อมูลบัญชีราคาสินค้าให้เป็นข้อมูลใบขนสินค้าโดยอัตโนมัติ และให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนส่งเฉพาะข้อมูลใบขนสินค้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร

(2) เครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรจะตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในใบขนสินค้าที่ส่งเข้ามา เช่น ชื่อและที่อยู่ผู้นำของเข้า เลขประจำตัวผู้เสียภาษี พิกัดอัตราศุลกากร ราคา เป็นต้น ถ้าพบว่าข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าที่ส่งมาไม่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรจะแจ้งกลับไปยังผู้นำเข้าหรือตัวแทนเพื่อให้แก้ไขให้ถูกต้อง

(3) เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลในใบขนสินค้าที่ส่งมาถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะออกเลขที่ใบขนสินค้าขาเข้า พร้อมกับตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ เพื่อจัดกลุ่มใบขนสินค้าขาเข้าในขั้นตอนการตรวจสอบพิธีการเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ แล้วแจ้งกลับไปยังผู้นำเข้าหรือตัวแทน เพื่อจัดพิมพ์ใบขนสินค้า

ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ไม่ต้องตรวจสอบพิธีการ (Green Line) สำหรับใบขนสินค้าประเภทนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์จะสั่งการตรวจ หลังจากนั้น ผู้นำเข้าหรือตัวแทนสามารถนำใบขนสินค้าขาเข้าไปชำระค่าภาษีอากรและรับการตรวจปล่อยสินค้าได้
ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ต้องตรวจสอบพิธีการ (Red Line) สำหรับใบขนสินค้าประเภทนี้ ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องนำใบขนสินค้าไปติดต่อกับหน่วยงานประเมินอากรของท่าที่นำของเข้า

(4) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องจัดเก็บข้อมูลบัญชีราคาสินค้าตามวรรคแรกในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบใบขนสินค้าหลังการตรวจปล่อย โดย
ให้สามารถจัดพิมพ์เป็นรายงานเมื่อกรมศุลกากรร้องขอ ดังนี้
(4.1) IMPORT/EXPORT INVOICE LIST BY DECLARATION ITEM
(4.2) IMPORT/EXPORT INVOICE LIST BY INVOICE ITEM
(4.3) IMPORT/EXPORT INVOICE LIST

4. แผนผังแสดงขั้นตอนการนำเข้าสินค้า


5. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
กรณีผู้นำเข้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ จากสำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรที่นำเข้าทุกแห่ง ในวันและเวลาราชการ

พิธีการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน


ของใช้ในบ้านเรือน หมายถึง ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของใช้ส่วนตัวซึ่งผู้เดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร นำติดตัวเข้ามาในหรือออกไปพร้อมกับตนและเป็นของที่ผู้นำเข้าใช้สอยตามปกติระหว่างอยู่ต่าง โดยผู้นำเข้าของใช้ในบ้านเรือนต้องมีกรรมสิทธิ์ในของนั้น ๆ อยู่ก่อนการย้ายภูมิลำเนา เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องประดับ ฯลฯ ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้วดังกล่าว เจ้าของต้องนำเข้ามาพร้อมกับตน เนื่องจากในการย้ายภูมิลำเนาและมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะจะได้รับสิทธิยกเว้นอากร

1. หลักเกณฑ์การพิจารณายกเว้นอากรของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว

ของใช้ในบ้านเรือนที่จะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าได้ ผู้นำเข้าจะต้องเป็นบุคคลที่ได้ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาตั้งในประเทศไทย ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างประเทศ และจำนวนของใช้ในบ้านเรือนที่จะยกเว้นอากรให้ได้ จะพิจารณาเท่าที่เป็นจำนวนพอสมควรที่พึงมีพึงใช้ตามปกติวิสัย และผ่านการใช้งานแล้ว โดยต้องเป็นของที่นำเข้ามาจากประเทศซึ่งผู้นำเข้ามีภูมิลำเนาอยู่ก่อนที่จะย้ายเข้ามามีภูมิลำเนาในประเทศไทย สำหรับของใช้ในบ้านเรือนที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น “วิทยุ” ถ้ามีการนำเข้ามาก็จะยกเว้นให้เพียง 1 เครื่อง ถ้ามีมากกว่า 1 เครื่อง จะยกเว้นอากรให้เพียง 1 เครื่องเท่านั้น ยกเว้นการย้ายภูมิลำเนาทั้งครอบครัว ให้ได้รับยกเว้นอากรได้อย่างละ 2 เครื่อง และเครื่องที่ยกเว้นค่าอากรให้นั้นต้องเป็นเครื่องที่มีค่าอากรต่ำสุด นอกจากวิทยุแล้วอาจมีตู้เย็น เครื่องรับโทรทัศน์ ฯลฯ ให้ถือเกณฑ์เดียวกับวิทยุ ของใช้ในบ้านเรือนดังกล่าว จะต้องนำเข้ามาถึงประเทศไทยไม่เกิน 1 เดือน ก่อนผู้นำของเข้ามาถึง หรือไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ผู้นำของเข้าเข้ามาถึง อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจขยายกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้นได้ เทื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษ การย้ายภูมิลำเนานั้น ให้ถือเกณฑ์การพิจารณา ดังต่อไปนี้


1.1 ชาวต่างประเทศ

(1) ชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ได้รับโควต้าเข้าเมืองตามที่ ปรากฏในหนังสือเดินทาง หรือใบประจำตัวคนต่างด้าว หรือ
(2) ชาวต่างประเทศได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบอาชีพในราชอาณาจักร จะได้รับการอนุโลมให้ถือว่าย้ายภูมิลำเนาต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าบุคคลผู้นี้จะให้อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี กรณีที่ยังไม่ได้รับอนุญาตแต่เป็นเรื่องรีบด่วนต้องยื่นเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งประกอบการพิจารณา คือ
หนังสือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับรองว่าจะได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวเป็นปีๆ ไป
หนังสืออนุญาตของกรมแรงงานว่า ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในประเทศแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
(3) ชาวต่างประเทศที่เข้ามาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือภายใต้สัญญาจ้างของหน่วยราชการ ต้องมีหนังสือหน่วยราชการนั้นๆ รับรองว่าบุคคลผู้นั้นได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศในประเภท NON IMMIGRANT แล้ว และจะอยู่ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 ปี

กรณีชาวต่างประเทศตาม (2) และ (3) มีสามีหรือภรรยาของตนติดตามมาด้วย และได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศไทยได้ครั้งแรก 90 วัน ก็ให้ถือว่าผู้ติดตามนั้นย้ายภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ในประเทศไทย

หมายเหตุ ชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรประเภท Non-Immigrant O ที่เข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลาย หรือ ติดตามภรรยาชาวไทยเข้ามาไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตาม (1)

1.2 ชาวไทย

(1) ชาวไทยหรือข้าราชการไทยที่ไปทำงาน หรือดำรงตำแหน่งหรือดูงานในต่างประเทศต้องอยู่ประจำเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี กรณีที่ต้องเดินทางกลับก่อนกำหนด 1 ปี ต้องมีหลักฐานมาแสดงว่าได้เดินทางกลับเนื่องจากสิ้นสุดสัญญาการจ้าง หรือได้รับคำสั่งให้ย้ายกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในราชอาณาจักร หรือเสร็จสิ้นการดูงานก่อนกำหนด
(2) ชาวไทยที่ไปอยู่ประจำในต่างประเทศในกรณีอื่นเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องให้คำ รับรองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าจะกลับเข้ามามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(3) นักเรียนไทย หรือข้าราชการไทยที่ไปศึกษาวิชา หรือดูงานในต่างประเทศ และคนไทยที่ออกไปอยู่ต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นอากรของใช้ในบ้านเรือนได้ ในกรณีที่มีกรรมสิทธิ์ในของนั้นและได้ใช้สอยอยู่ในต่างประเทศตามปกติก่อนจะเข้ามาในประเทศไทย และของนั้นจะต้องมีจำนวนเท่าที่พอสมควรตามฐานะของบุคคลนั้นๆ และต้องมีหลักฐานแสดงว่าได้ไปอยู่ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี

2. เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน

(1) ใบขนสินค้าขาเข้า กศก. 99/1
(2) หนังสือเดินทาง (Passport)
(3) กรณีเป็นชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในประเทศไทยต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
หนังสือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับรองว่าจะได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวเป็นปีๆ ไป
หนังสืออนุญาตของกรมการจัดหางานว่า ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในประเทศไทยแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ชาวต่างประเทศที่เข้ามาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือภายใต้สัญญาจ้างของหน่วยราชการ ต้องมีหนังสือของ
หน่วยราชการนั้นๆ รับรองว่าบุคคลผู้นั้นได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศในประเภท NON
IMMIGRANT แล้ว และจะอยู่ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 ปี
(4) กรณีชาวไทยต้องแสดงหลักฐานแสดงว่ามีการย้ายภูมิลำเนา เช่น ใบรับรองจบการศึกษา คำสั่งย้าย หนังสือสัญญาสิ้นสุดการจ้าง
(5) ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading /Air Waybill)
(6) แบบธุรกิจต่างประเทศ กรณีมีมูลค่าเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
(7) บัญชีราคาสินค้า (Invoice) (ถ้ามี)
(8) ใบสั่งปล่อยสินค้า (Delivery Order)
(9) บัญชีรายการสิ่งของ (Packing List) หรือเอกสารซื้อขาย (ถ้ามี)
(10) ใบอนุญาต กรณีเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้า
(11) แบบคำร้องขอยกเว้นอากร
(12) เอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือมอบอำนาจ

3. ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน

(1) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นคำร้องขอยกเว้นอากร ใบขนสินค้าและเอกสารประกอบต่อฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรกรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ สำนักงานศุลกากร/ด่านศุลกากรที่นำเข้า

(2) กรมศุลกากรจะทำการตรวจสอบเอกสารและพิจารณาการยกเว้นอากร หากมีของใช้ในบ้านเรือนเข้ามาแต่ไม่มีลักษณะได้รับยกเว้นอากร กรมศุลกากรก็จะดำเนินการเรียกเก็บอากรตามปกติ

(3) กรมศุลกากรคืนเอกสารที่ตรวจสอบแล้วให้ผู้นำเข้าเพื่อนำไปชำระอากร (ถ้ามี) กรณีของใช้ในบ้านเรือนที่นำเข้าได้รับการยกเว้นอากรทั้งหมด ผู้นำเข้าหรือตัวแทนนำเอกสารไปติดต่อส่วนตรวจปล่อยสินค้าเพื่อขอรับสินค้าได้

(4) นายตรวจศุลกากรและ/หรือสารวัตรศุลกากร จะทำการสุ่มตรวจของว่าตรงตามสำแดงหรือไม่ หากถูกต้องก็จะอนุญาตให้ผู้นำเข้านำของออกจากอารักขาศุลกากรได้


4. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

คนไทยและชาวต่างประเทศที่มีความประสงค์จะขอรับของใช้ในบ้านเรือนใช้แล้วที่นำเข้ามาในประเทศไทย สามารถติดต่องานพิธีการ ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ ในวันและเวลาราชการ
หากเป็นการนำเข้าทางท่าอากาศยานกรุงเทพ และผู้นำเข้ายังสามารถใช้บริการออกของใช้ในบ้านเรือนของบริษัท Thai Airport Ground Services (TAGS)
0-2535-1577 หรือบริษัทการบินไทยจำกัด มหาชน 0-2535-4470 ได้ในอัตราไม่เกิน 1,070 บาทต่อ 1 ใบขน (อัตรานี้อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า)

http://www.customs.go.th/Prachuap/customs/allpiteekan.html

No comments:

Photos

Hot Job !

ข่าวสาร เหตุการณ์